Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ จำเลยที่ 1, ที่ 4, ที่ 5, ที่ 6 และที่ 7 ได้จำนำหุ้นซึ่งจำเลยแต่ละคนเป็นผู้ถือเพื่อเป็นการประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 สัญญาจำนำระบุว่าผู้จำนำยอมรับผิดต่อผู้รับจำนำในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และถ้าขายทรัพย์สินที่จำนำได้เงินสุทธิต่ำกว่าต้นเงินจำนำและดอกเบี้ยที่ค้างชำระผู้จำนำยอมชดใช้เงินที่ยังขาดอีกจนครบนั้น ต้องแปลว่าจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 เต็มมูลค่าหุ้นที่จำเลยแต่ละคนนำมาจำนำ หากภายหลังขายได้เงินสุทธิน้อยกว่ามูลค่าหุ้นแล้ว ผู้จำนำยอมรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่นั้นปัญหาว่าการขายทอดตลาดหุ้นที่จำนำและโอนหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการขายทอดตลาดเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่าพ.ศ.2474 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 พ.ศ.2515 และพระราชบัญญัติโรงรับจำนำนั้น จำเลยมิได้ต่อสู้เป็นประเด็นไว้ในคำให้การ จึงมิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ได้นำหุ้นมาจำนำไว้กับโจทก์โดยผู้จำนำทุกคนยอมรับผิดเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 หากมีการบังคับจำนำได้เงินต่ำกว่าต้นเงินจำนำและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ผู้จำนำยอมรับชดใช้เงินส่วนที่ยังขาดอีกจนครบ หนี้ถึงกำหนดชำระ จำเลยที่ 1 ค้างต้นเงินและดอกเบี้ย โจทก์ทวงถามบอกกล่าวบังคับจำนำแล้วจำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงบังคับจำนำขายทอดตลาดหุ้นที่จำนำ หักค่าใช้จ่ายแล้วได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยจึงฟ้องขอให้จำเลยร่วมกันใช้ดอกเบี้ยและต้นเงินที่ค้างกับดอกเบี้ยจากต้นเงินที่ค้างจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การปฏิเสธหลายประการและว่าจำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ไม่ใช่ลูกหนี้ของโจทก์โดยตรงเพียงแต่ยินยอมให้เอาใบหุ้นเป็นประกันหนี้สินของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสี่จึงไม่ต้องรับผิดเกินใบหุ้น และการที่โจทก์เอาใบหุ้นของจำเลยไปขายทอดตลาดทั้ง

ๆ ที่จำเลยได้ทักท้วงคัดค้านแล้ว และขายไปโดยสมยอมกันได้ราคาเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่แท้จริงเท่านั้น ทำให้จำเลยเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและการโอนหุ้นเสียโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยปฏิเสธและว่าในการขายทอดตลาดหุ้นที่จำนำ ทนายโจทก์ได้แจ้งวันเวลาและสถานที่ที่จะทำการขายทอดตลาดให้จำเลยทุกคนทราบ ทั้งประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ด้วย ผู้ขายทอดตลาดได้ทำการขายทอดตลาดโดยสุจริตและเปิดเผย มีผู้มาประมูลหลายคน ในที่สุดผู้ให้ราคาสูงสุดประมูลได้ การขายทอดตลาดและการโอนหุ้นได้ทำถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์และออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด จะต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในหนี้สินที่ค้างชำระตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ส่วนจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ต้องร่วมรับผิดไม่เกินราคาหรือค่าของหลักทรัพย์ที่แต่ละคนนำไปจำนำ โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้ก่อนที่จะบังคับจำนำแล้ว โจทก์มีสิทธินำหุ้นที่จำนำออกขายทอดตลาดได้ และมิใช่เป็นการขายโดยสมยอมกันจึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันใช้ต้นเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยหักเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดใบหุ้นใช้ดอกเบี้ยที่ค้างชำระให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ในหนี้สินของจำเลยที่ 1 ตามมูลค่าหุ้นที่จำนำพร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงินซึ่งแต่ละคนต้องรับผิดจนกว่าจะชำระเสร็จโดยหักเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดใบหุ้นของจำเลยแต่ละคนใช้ดอกเบี้ยที่ค้างชำระโจทก์อุทธรณ์ว่า

จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจำนวนตามฟ้องจำเลยทั้ง 7 อุทธรณ์เฉพาะประเด็นขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและการโอนหุ้นตามฟ้องแย้งของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยทั้ง 7 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ได้จำนำหุ้นซึ่งจำเลยแต่ละคนเป็นผู้ถือเพื่อเป็นการประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 สัญญาจำนำระบุว่าผู้จำนำยอมรับผิดต่อผู้รับจำนำในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และถ้าขายทรัพย์สินที่จำนำได้เงินสุทธิต่ำกว่าต้นเงินจำนำและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ผู้จำนำยอมชดใช้เงินที่ยังขาดอีกจนครบนั้น

ต้องแปลว่าจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 เต็มมูลค่าหุ้นที่จำเลยแต่ละคนนำมาจำนำ หากภายหลังขายได้เงินสุทธิน้อยกว่าเงินค่าหุ้นแล้ว ผู้จำนำยอมรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่นั้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งให้ผู้จำนำแต่ละคนร่วมรับผิดในหนี้ของจำเลยที่ 1 ตามราคาทรัพย์สินที่นำมาจำนำคือเท่ากับมูลค่าของหุ้นที่ผู้จำนำแต่ละคนนำมาจำนำนั่นเอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ในหนี้เงินต้น ตามมูลค่าของหุ้นที่จำเลยแต่ละคนจำนำกับดอกเบี้ยที่ค้างชำระนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น สำหรับปัญหาข้อที่จำเลยฎีกาว่าการขายทอดตลาดหุ้นที่จำนำและการโอนหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการขายทอดตลาด

การกระทำของโจทก์เป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติ ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 พ.ศ. 2515 และพระราชบัญญัติโรงรับจำนำนั้น เห็นว่าปัญหาข้อนี้จำเลยไม่ได้ต่อสู้เป็นประเด็นไว้ในคำให้การจึงมิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ไม่เคยได้รับคำบอกกล่าวบังคับจำนำและการขายทอดตลาดนั้น ฟังได้ว่าโจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนำและแจ้งวันเวลาสถานที่ซึ่งจะขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าหุ้นที่ขายทอดตลาดมีมูลค่ากว่า 1,000,000บาท แต่ขายได้เพียง 33,450 บาท โจทก์ทำการขายทอดตลาดโดยพลการแทนที่จะฟ้องศาล โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนั้น เหตุที่ขายได้น้อยเพราะราคาหุ้นไม่มีราคา และไม่มีการซื้อขายหุ้นดังกล่าวในท้องตลาด ส่วนการที่โจทก์เอาหุ้นที่จำนำออกขายทอดตลาดก็เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 764 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งให้อำนาจโจทก์ผู้รับจำนำไว้โดยไม่ต้องฟ้องศาล จึงหาใช่โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · ไพบูลย์ ไวกาสี · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้