Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเข้าไปไถนาในที่ดินซึ่งตนเชื่อโดยสุจริตใจว่าตนมีสิทธิโดยชอบที่จะเอาไปทำได้ แม้จะทำให้คันนาของบุคคลอื่นเสียหาย ก็ถือไม่ได้ว่าได้มีเจตนากระทำผิดอันจะเป็นความผิดทางอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๐๘ จำเลยที่ ๑ บังอาจนำรถแท็กเตอร์เข้าไถทับที่ดินที่โจทก์ไถดะไว้แล้ว โดยจำเลยที่ ๒ ร่วมมือยุยงหรือใช้ให้จำเลยที่ ๑ กระทำเป็นเหตุให้คันนาของโจทก์ถูกทำลาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๘๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งคดีมีมูล จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่ได้ร่วมกันกระทำผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เข้าไถทำลายคันนาของโจทก์เสียหาย แม้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันกระทำผิดตามทางพิจารณาจะแตกต่างกับฟ้อง ก็เป็นข้อที่จำเลยมิได้หลงต่อสู้ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ความว่าได้ยุยงส่งเสริมจำเลยที่ ๑ ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องจำเลยไม่ได้พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินพิพาทตรงที่จำเลยที่ ๑ เข้าไถจนเป็นเหตุให้คันนาซึ่งโจทก์ว่าเป็นของโจทก์เสียหายนั้น ทางราขการได้นำมาจัดสรรให้ราษฎรทำกิน จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จับสลากได้ที่ดินนั้น และคณะกรรมการจัดสรรมอบให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงเข้าไปไถย่อมเห็นได้ว่าการที่จำเลยที่ ๑ เข้าไปไถในที่ดินนั้น ก็โดยที่เชื่อว่าตนมีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าไปทำได้ เพราะคณะกรรมการจัดสรรได้มอบให้ตนแล้ว ทั้งนายประเสริฐสามีของโจทก์ที่อ้างว่ามีสิทธิในที่ดินก็ถูกฟ้องร้อง ศาลพิพากษาลงโทษและบังคับให้ออกจากที่ดินแล้วย่อมเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ เชื่อโดยสุจริตใจว่า ตนมีสิทธิที่จะเข้าไปทำได้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ ยังถือไม่ได้ว่าได้มีเจตนากระทำผิด อันจะเป็นความผิดทางอาญา จึงหาเป็นความผิดตามที่โจทย์ฟ้องไม่ สำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์ก็ไม่มีพยานสืบรู้เห็นว่าได้ร่วมมือส่งเสริมจำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด และเมื่อการกระทำของจำเลยที่ ๑ ไม่เป็นความผิดก็ยิ่งไม่มีทางลงโทษจำเลยที่ ๒ ได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่า โจทก์จะเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องได้หรือไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เนิ่น กฤษณะเศรนี · สัญญา ธรรมศักดิ์ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายสัมฤทธิ ทิพยโกศัย
ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้