Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8749/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง ล้มละลาย ++ ++ (ชั้นคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ - ขอชุดตรวจได้ที่งานย่อข้อกฎหมายระบบ CW โถงกลางชั้น 3 ++ ++ ++ ++ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำสั่งของผู้คัดค้านที่สั่งคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ฉบับลงวันที่ 9มิถุนายน 2540 เป็นคำสั่งที่สมบูรณ์มีผลบังคับแล้วหรือไม่ ++ ++ ศาลฎีกาเห็นว่า ในคำร้องดังกล่าว (เอกสารหมาย ร.1) ปรากฏว่า นางอุษณีย์ อยู่แย้ม เกษียนสั่งเป็นคนแรกว่า หากผู้ซื้อทรัพย์ไม่วางเงินภายในวันดังกล่าว ถือว่าผู้ซื้อทรัพย์ผิดนัด ให้ริบเงินมัดจำจำนวน 2,145,000 บาท ประกาศขายทอดตลาดใหม่ ++ ต่อมานางกรองกาญจน์สถิตมิลินทากาศ สั่งว่า ถือว่าผู้ซื้อทรัพย์ผิดนัดให้ริบเงินมัดจำ และประกาศขายทอดตลาดต่อไป และนางกรองกาญจน์ยังได้เขียนบันทึกต่อไปว่า ขอประทานเสนอ ท่านอธิบดีเพื่อโปรดทราบ ++ นอกจากเกษียนสั่งของนางอุษณีย์และนางกรองกาญจน์ดังกล่าวแล้วในคำร้องดังกล่าวยังปรากฏอีกว่า นายสำเร็จ บุษยากรณ์ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดี กรมบังคับคดี ได้ลงลายมือชื่อรับทราบ พร้อมกับลงวันที่ 9 มิถุนายน 2540ไว้ด้วย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า อธิบดีกรมบังคับคดีเห็นด้วยกับคำสั่งของนางอุษณีย์และนางกรองกาญจน์แล้ว ++ คำสั่งของผู้คัดค้านที่สั่งคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินของผู้ซื้อทรัพย์ฉบับลงวันที่ 9 มิถุนายน 2540 จึงสมบูรณ์และมีผลว่าหากผู้ซื้อทรัพย์ไม่วางเงินค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่ขาดในวันดังกล่าว ต้องริบเงินมัดจำจำนวน 2,145,000 บาท ที่ผู้ซื้อทรัพย์วางไว้และประกาศขายทอดตลาดใหม่อันเป็นการยืนยันให้ผู้ซื้อทรัพย์ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งได้ขยายระยะเวลาวางเงินให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ คำสั่งของผู้คัดค้านส่วนนี้ชอบแล้ว ++ แต่คดีนี้ ผู้ซื้อทรัพย์กลับยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 10 มิถุนายน 2540 ขอความเป็นธรรมและขอให้ผู้คัดค้านทบทวนคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอให้ขยายระยะเวลาชำระเงินใหม่ ซึ่งเท่ากับผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ผู้คัดค้านมีคำสั่งขยายระยะเวลาชำระเงินออกไปอีก และผู้คัดค้านมีคำสั่งให้รอฟังผลการรังวัดสอบเขตจากเจ้าพนักงานที่ดินก่อน จึงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยว่า คำสั่งของผู้คัดค้านดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ++ ศาลฎีกาเห็นว่า การขอขยายเวลาชำระเงินดังกล่าวเป็นการขอขยายระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ อำนาจที่จะขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปจึงเป็นอำนาจของศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483 มาตรา 153 การที่ผู้คัดค้านสั่งให้รอฟังผลการรังวัดสอบเขตจากเจ้าพนักงานที่ดินก่อน ซึ่งมีผลเป็นการขยายระยะเวลาชำระเงินที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ออกไป ไม่มีกฎหมายให้อำนาจผู้คัดค้านกระทำได้ จึงเป็นการไม่ชอบ ++

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ต่อมาวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๓๓ ผู้ซื้อทรัพย์ซื้อที่ดินของจำเลยตามบัญชีทรัพย์ หมาย ก.จำนวน๔๑ โฉนด และหมาย ข. จำนวน ๑ โฉนด จากการขายทอดตลาดในราคารวม๔๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท และได้วางเงินมัดจำไว้ ๒,๑๔๕,๐๐๐ บาท แต่มีผู้ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดและศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๙หลังจากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (ผู้คัดค้าน) แจ้งให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินส่วนที่เหลือจำนวน ๔๐,๗๕๕,๐๐๐ บาท ไปชำระ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านขอขยายเวลาวางเงินออกไปอีก ๖๐ วัน แต่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ยกคำร้องเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์๒๕๔๐ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านและอนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินมาชำระภายใน ๖๐ วัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ ๘ เมษายน๒๕๔๐ ว่า อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินที่เหลือจำนวน ๔๐,๗๕๕,๐๐๐ บาท ไปชำระแก่ผู้คัดค้านที่กรมบังคับคดีภายใน ๖๐ วัน หากผิดนัดให้ริบมัดจำจำนวน ๒,๑๔๕,๐๐๐บาท ต่อมาวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๐ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปก่อนเนื่องจากอยู่ในระหว่างดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินที่ซื้อได้ผู้คัดค้านมีคำสั่งว่าผู้ซื้อทรัพย์ผิดนัด ให้ริบเงินมัดจำและประกาศขายทอดตลาดใหม่วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านขอให้ทบทวนคำสั่งขอขยายระยะเวลาการชำระเงินใหม่ ผู้คัดค้านมีคำสั่งว่า ให้รอฟังผลการรังวัดสอบเขตจากเจ้าพนักงานที่ดินก่อน จำเลยยื่นคำร้องว่า

คำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ฉบับลงวันที่ ๙ และ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐ ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะขยายเวลาการชำระเงินและเป็นการประวิงคดี ทั้งหากไม่ขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปและประกาศขายทอดตลาดใหม่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดสูงขึ้น อีกทั้งคำสั่งของรองอธิบดีกรมบังคับคดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมบังคับคดี ที่สั่งในคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ฉบับลงวันที่ ๑๐มิถุนายน ๒๕๔๐ ไม่มีลักษณะเป็นการยกเลิกเพิกถอนคำสั่งเดิมของนางอุษณีย์ อยู่แย้มนางสาวฉวีวรรณ จิรสิทธิ์ และนางกรองกาญจน์ สถิตมิลินทากาศ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีอำนาจและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมบังคับคดี แม้จะเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าว แต่ก็ไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะสั่งยกเลิกคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ได้สั่งการไว้โดยชอบ

ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านดำเนินการยกเลิกเพิกถอนการขยายเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือของผู้ซื้อทรัพย์ และริบเงินมัดจำกับดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามลำดับชั้นเป็นเพียงความเห็นเสนอผู้บังคับบัญชาเท่านั้น คำสั่งของรองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมบังคับคดี จึงเป็นคำสั่งที่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า คำสั่งของรองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมบังคับคดีเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามระเบียบและชอบด้วยเหตุผลแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำสั่งของผู้คัดค้านที่สั่งคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ฉบับลงวันที่ ๙มิถุนายน ๒๕๔๐ เป็นคำสั่งที่สมบูรณ์มีผลบังคับแล้วหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ในคำร้องดังกล่าว (เอกสารหมาย ร.๑) ปรากฏว่า นางอุษณีย์ อยู่แย้ม เกษียนสั่งเป็นคนแรกว่า หากผู้ซื้อทรัพย์ไม่วางเงินภายในวันดังกล่าว ถือว่าผู้ซื้อทรัพย์ผิดนัด ให้ริบเงินมัดจำจำนวน ๒,๑๔๕,๐๐๐ บาท ประกาศขายทอดตลาดใหม่ ต่อมานางกรองกาญจน์สถิตมิลินทากาศ สั่งว่า ถือว่าผู้ซื้อทรัพย์ผิดนัดให้ริบเงินมัดจำ และประกาศขายทอดตลาดต่อไป และนางกรองกาญจน์ยังได้เขียนบันทึกต่อไปว่า ขอประทานเสนอ ท่านอธิบดีเพื่อโปรดทราบ นอกจากเกษียนสั่งของนางอุษณีย์และนางกรองกาญจน์ดังกล่าวแล้วในคำร้องดังกล่าวยังปรากฏอีกว่า นายสำเร็จ บุษยากรณ์ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดี กรมบังคับคดี ได้ลงลายมือชื่อรับทราบ พร้อมกับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๐ไว้ด้วย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า

อธิบดีกรมบังคับคดีเห็นด้วยกับคำสั่งของนางอุษณีย์และนางกรองกาญจน์แล้ว คำสั่งของผู้คัดค้านที่สั่งคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินของผู้ซื้อทรัพย์ฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๐ จึงสมบูรณ์และมีผลว่าหากผู้ซื้อทรัพย์ไม่วางเงินค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่ขาดในวันดังกล่าว ต้องริบเงินมัดจำจำนวน ๒,๑๔๕,๐๐๐ บาท ที่ผู้ซื้อทรัพย์วางไว้และประกาศขายทอดตลาดใหม่อันเป็นการยืนยันให้ผู้ซื้อทรัพย์ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งได้ขยายระยะเวลาวางเงินให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ คำสั่งของผู้คัดค้านส่วนนี้ชอบแล้ว แต่คดีนี้ผู้ซื้อทรัพย์กลับยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐ ขอความเป็นธรรมและขอให้ผู้คัดค้านทบทวนคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอให้ขยายระยะเวลาชำระเงินใหม่ ซึ่งเท่ากับผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ผู้คัดค้านมีคำสั่งขยายระยะเวลาชำระเงินออกไปอีก และผู้คัดค้านมีคำสั่งให้รอฟังผลการรังวัดสอบเขตจากเจ้าพนักงานที่ดินก่อน จึงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยว่า คำสั่งของผู้คัดค้านดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การขอขยายเวลาชำระเงินดังกล่าวเป็นการขอขยายระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ อำนาจที่จะขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปจึงเป็นอำนาจของศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ การที่ผู้คัดค้านสั่งให้รอฟังผลการรังวัดสอบเขตจากเจ้าพนักงานที่ดินก่อน ซึ่งมีผลเป็นการขยายระยะเวลาชำระเงินที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ออกไป ไม่มีกฎหมายให้อำนาจผู้คัดค้านกระทำได้ จึงเป็นการไม่ชอบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ริบเงินมัดจำ และให้ผู้คัดค้านดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ กับเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้รอฟังผลการรังวัดสอบเขตจากเจ้าพนักงานที่ดินก่อน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ยอดเณร · จำลอง สุขศิริ · สมชาย พงษธา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายโสภณ บางยี่ขัน
ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา บุญชู
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้