คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เคยเดินและพากระบือเดินผ่านทางพิพาทมา ๒๐ ปีเศษ บัดนี้จำเลยปิดทางพพาทเสีย จึงขอให้เปิดทางกว้าง ๑ ศอก
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้โจทก์ชนะคดี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยก็รับอยู่แล้วว่า โจทก์ได้ใช้ที่พิพาทเป็นทางเดินเสมอมา แต่ต่อสู้แต่เพียงว่า บัดนี้ โจทก์ทำความไม่พอใจให้แก่จำเลย ๆ จึงปิดเสีย โดยถือว่าทางนั้นเป็นแต่คันนากั้นเขตต์ที่นาระหว่างจำเลยกับที่ดินของนายตี๋ จำเลยไม่ได้กล่าวอ้างหรือยืนยันว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตอนที่พิพาทนี้แต่อย่างไรเลย เมื่อจำลยปิดกั้นทางเดิน จำเลยจะต้องแสดงให้ประจักษ์ว่าจำเลยมีสิทธิปิดกั้นทางเดินนั้นเสีย เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิอย่างใดเหนือที่ตอนพิพาทนั้น จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะปิดกั้นทางเดินตอนนั้นได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.