Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้วันที่จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป ถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้วก็ตาม แต่เมื่อวันที่จำเลยรับสภาพหนี้นั้นถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 10 ปี เช่นนี้คดีโจทก์ก็ยังไม่ขาดอายุความ การรับสภาพหนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักฐาน แม้หนี้ที่มีหลักฐานสัญญากู้ยืมอยู่แล้วก็มีการรับสภาพหนี้กันได้ จำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2496 และต่อมาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2501 จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้นั้นซึ่งเป็นฉบับท้ายฟ้องโจทก์ ดังนี้ เมื่อปราฏว่าโจทก์ฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ซึ่งจำเลยก็ไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2496 ส่วนเดียวเท่านั้น ฟ้องโจทก์จึงหาใช่ฟ้องให้ชำระหนี้ส่วนอุปกรณ์ซึ่งมีหนี้ในส่วนทีเป็นประธานแต่อย่างใดไม่จะนำมาตรา 190 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินกู้จำเลยต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องอายุความเรื่องเดียวเป็นข้อแพ้ชนะ โดยจำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ และต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๑ จำเลยได้ทำหนังสือฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องให้โจทก์ไว้จริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยได้กู้เงินโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ถึงวันฟ้อง คือ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๐๖ เป็นเวลาเกิน ๑๐ ปีแล้วก็ตาม แต่เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๑ จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ อายุความย่อมสะดุดหยุดลงและระยะเวลาที่ได้ล่วงไปก่อนนั้นย่อมไม่นับเข้าในอายุความ โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๐๖ ยังไม่เกิน ๑๐ ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

ที่จำเลยฎีกาว่าหนี้ที่จะต้องรับสภาพ ต้องเป็นหนี้ซึ่งไม่มีหลักฐานที่จะนำมาฟ้องนั้นเห็นว่าการรับสภาพหนี้ตามมาตรา ๑๗๒ ไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักฐาน เพราะมาตรา ๑๗๒ ไม่ได้ระบุไว้เลยว่าหนี้ที่จะรับสภาพหนี้ได้ต้องเป็นหนี้ที่ปราศจากหลักฐาน ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า สิทธิเรียกร้องในส่วนที่เป็นประธานขาดอายุความแล้ว สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ส่วนอุปกรณ์ก็ต้องขาดอายุความด้วย ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ซึ่งจำเลยกู้ไปเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ส่วนเดียว ไม่เป็นการฟ้องร้องให้ชำระหนี้ส่วนอุปกรณ์ซึ่งมีหนี้ในส่วนที่ประธานแต่อย่างใด จะนำมาตรา ๑๙๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเดิม บุญเฉลียว
ศาลอุทธรณ์ - นายฉลาด ไชยชาญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้