Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อสัญญาประกันชีวิตที่ฟ้องในคดีนี้กับคดีก่อนเป็นสัญญาคนละฉบับซึ่งมีข้อกำหนดและเงื่อนไขแยกจากกันได้เช่นนี้ กรณีจึงถือได้ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้มิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 504,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ในต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ที่เหลือให้สิ้นกระแสความ แล้วมีคำพิพากษาใหม่รวมทั้งสั่งค่าฤชาธรรมเนียมตามรูปคดี ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า นางประมวญ มารดาโจทก์ ได้ทำสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จำนวน 200,000 บาท โดยในวันทำสัญญาดังกล่าวนางประมวญได้ทำสัญญาพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะกาล จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท และสัญญาพิเศษเพิ่มเติมคุ้มครองการเสียชีวิต ทุพพลภาพ และโรคร้ายแรง จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท กับจำเลยด้วย ต่อมาในระหว่างอายุสัญญานางประมวญถึงแก่กรรม โจทก์ในฐานะผู้รับประโยชน์ได้ฟ้องจำเลยขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตามฟ้อง ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 990/2543 ของศาลชั้นต้น และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว

หลังจากนั้นโจทก์มาฟ้องจำเลยขอเรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะกาล และสัญญาพิเศษเพิ่มเติมคุ้มครองการเสียชีวิต ทุพพลภาพ และโรคร้ายแรงเป็นคดีนี้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประเด็นแรกมีว่า คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 990/2543 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้สัญญาประกันชีวิตที่โจทก์ฟ้องในคดีก่อนและสัญญาประกันชีวิตในคดีนี้ทำขึ้นในวันเดียวกัน และรวมอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวกันคือกรมธรรม์เลขที่ 31035235 ก็ตาม แต่ก็เป็นสัญญาที่แยกต่างหากจากกันได้ เนื่องจากสัญญาพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะกาลและสัญญาพิเศษเพิ่มเติมคุ้มครองการเสียชีวิต ทุพพลภาพและโรคร้ายแรงที่ฟ้องในคดีนี้กับสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่ฟ้องในคดีก่อนมีการกำหนดจำนวนเงินที่เอาประกันภัยแยกต่างหากจากกัน

เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระในแต่ละสัญญาก็สามารถแยกได้เป็นคนละจำนวนเพียงแต่ถึงกำหนดชำระพร้อมกันเท่านั้น เงื่อนไขในการคุ้มครองตามที่ระบุไว้ในแต่ละสัญญาก็ยังแตกต่างกันอีกด้วย ดังนั้นสัญญาที่ฟ้องในคดีนี้กับคดีก่อนจึงไม่ใช่สัญญาฉบับเดียวกัน

ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาประกันชีวิตในคดีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัญญาประกันชีวิตในคดีก่อน โดยอ้างว่าหากผู้เอาประกันชีวิตไม่ซื้อสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็ไม่สามารถซื้อสัญญาพิเศษเพิ่มเติมต่างๆ ได้นั้น เห็นว่า ข้ออ้างดังกล่าวเป็นเพียงเงื่อนไขในการขายประกันเพิ่มเติมแบบต่างๆ ของจำเลยเท่านั้น มิใช่เหตุผลที่ชี้ว่าเป็นสัญญาฉบับเดียวกัน และที่จำเลยอ้างมาในฎีกาอีกว่าหากสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ตกเป็นโมฆะหรือโมฆียะ สัญญาพิเศษเพิ่มเติมก็จะตกเป็นโมฆะหรือเป็นโมฆียะตามไปด้วยนั้น เห็นว่า กรณีนี้มิได้มีกฎหมายใดกำหนดให้สัญญาประกันชีวิตแบบพิเศษในคดีนี้เป็นสัญญาอุปกรณ์ของสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่ฟ้องในคดีก่อน

ดังนั้น สัญญาประกันชีวิตแต่ละฉบับจึงมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเองหาได้ขึ้นต่อกันไม่ ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยนำมาอ้างประกอบในฎีกาของจำเลยก็มีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ เมื่อสัญญาประกันชีวิตที่ฟ้องในคดีนี้กับคดีก่อนเป็นสัญญาคนละฉบับซึ่งมีข้อกำหนดและเงื่อนไขแยกจากกันได้ เช่นนี้ กรณีจึงถือได้ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้มิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำและย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์ · ชวลิต สุจริตกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายศรชัย วรานิชสกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายจรูญ ชีวิตโสภณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้