Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทิ้งฟ้อง กฎหมายไม่ได้บังคับให้จำต้องจำหน่ายคดีเสมอไป แม้โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่กำหนดให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน 7 วัน แต่เมื่อโจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์มาให้ศาลแพ่งจัดการให้ ศาลชั้นต้นซึ่งถือว่าทำการแทนศาลอุทธรณ์ ก็สั่งว่าจัดการให้ แล้วต่อมาศาลอุทธรณ์ก็มิได้จำหน่ายคดีของโจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 133 ให้อำนาจไว้ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีของโจทก์ต่อมาจึงถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบ โจทก์เป็นผู้มีสิทธิซื้อถ่านสังเคราะห์จากบริษัท ด. จำกัด จำเลยทำสัญญาขอรับโอนสิทธิการซื้อถ่านสังเคราะห์จากโจทก์โดยให้ค่าตอบแทนสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่งจึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยผิดสัญญาโจทก์ชอบที่จะบังคับตามสัญญาได้ และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่หรือไม่ ข้อสัญญาที่ว่าหากจำเลยไม่ชำระค่าตอบแทนให้เสร็จในกำหนดตามสัญญาถือว่าสัญญาสิ้นผลบังคับ และจำเลยยินยอมชดใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ ดังนั้นเมื่อจำเลยผิดสัญญาจำเลยจะอ้างสิทธิรับซื้อถ่านสังเคราะห์ในนามโจทก์ต่อไปไม่ได้ กับต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามที่กำหนดไว้เป็นเบี้ยปรับ และสัญญาดังกล่าวมิใช่สัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะสำเร็จหรือไม่สุดแต่ใจลูกหนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิซื้อถ่านสังเคราะห์จากบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด เป็นเวลา ๑ ปี จำเลยมีความประสงค์จะได้สิทธิในการซื้อถ่านสังเคราะห์ดังกล่าวของโจทก์ จึงได้ทำสัญญาขอรับโอนสิทธิการซื้อถ่านสังเคราะห์จากโจทก์ โดยให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท และจะชำระเงินค่าตอบแทนให้โจทก์ภายในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ หากผิดนัด จำเลยยอมชดใช้เบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้แจ้งการโอนสิทธิตามสัญญาดังกล่าวให้บริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ทราบแล้ว จำเลยได้เข้าไปรับสิทธิและประโยชน์ตามสัญญาที่ได้รับโอนไปถูกต้องตามความประสงค์ของจำเลยทุกประการ แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงินค่าตอบแทน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายคิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทจึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า สัญญาซื้อขายถ่านสังเคราะห์ระหว่างโจทก์กับบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด เป็นสัญญาต่างตอบแทน การที่โจทก์จะโอนสิทธิการซื้อให้กับจำเลยนั้น เป็นการแปลงหนี้ใหม่ โดยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งจะต้องทำสัญญากันทั้งสามฝ่าย คือ บริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด กับโจทก์และจำเลย ดังนั้นการโอนสิทธิการซื้อถ่านสังเคราะห์ระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่เกิดขึ้น จำเลยจึงไม่ต้องชำระเงินให้โจทก์ และโจทก์บอกเลิกสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท จากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๐ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่กำหนดให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน ๗ วัน ถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์ทำให้อุทธรณ์ของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์รับไว้พิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การทิ้งฟ้อง กฎหมายไม่ได้บังคับให้จำหน่ายคดีเสมอไป เมื่อโจทก์ยื่นคำแถลงลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ ขอให้ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งสำเนาอุทธรณ์มาให้ศาลแพ่งจัดการให้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถือว่าทำการแทนศาลอุทธรณ์ ก็สั่งว่าจัดการให้และต่อมาศาลอุทธรณ์ก็มิได้จำหน่ายคดีของโจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๓ ให้อำนาจไว้ ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีของโจทก์ต่อมาจึงถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น ฎีกาจำเลยในข้อกฎหมายอีกข้อหนึ่งที่ว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ ลูกหนี้ จะทำกันแบบโอนสิทธิเรียกร้องตามเอกสารหมาย จ.๒ ไม่ได้ นั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่งที่โจทก์โอนสิทธิในฐานะผู้ซื้อให้จำเลยและจำเลยตกลงจะชำระเงินจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์จึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยผิดสัญญาประการใด โจทก์ก็ชอบที่จะว่ากล่าวตามสัญญาได้และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่ ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาตามเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๔ เพราะข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยในข้อนี้เป็นการให้สิทธิแก่จำเลยที่จะเลือกเอาการชำระหนี้ตอบแทนหรือไม่ก็ได้ และเมื่อจำเลยเลือกเอาในทางไม่ชำระหนี้สิทธิของโจทก์ที่จะบังคับตามสัญญานั้นจึงไม่เกิดขึ้นนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๔ มีข้อความว่า "เงินค่าตอบแทนจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) ตามสัญญาฉบับนี้ ผู้รับโอนตกลงจะชำระให้แก่ผู้โอน เป็นที่เสร็จสิ้นภายในกำหนดวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ หากผู้รับโอนไม่ชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าสัญญาฉบับนี้สิ้นผลบังคับตามกฎหมายทันทีและผู้รับโอนยินยอมชดใช้เบี้ยปรับให้แก่ผู้โอนเป็นเงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ทันทีด้วย" ซึ่งพิเคราะห์จากสัญญาดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่า ถ้าจำเลยไม่ชำระเงินค่าตอบแทน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ภายในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ จำเลยก็จะต้องตกเป็นฝ่ายผิดสัญญาและสัญญานั้นเป็นอันสิ้นผลบังคับกล่าวคือจำเลยจะอ้างสิทธิใด

ๆ เข้าไปรับซื้อถ่านสังเคราะห์จากบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ในนามโจทก์ต่อไปไม่ได้และจำเลยก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ซึ่งคู่สัญญากำหนดกันไว้ล่วงหน้าเป็นเบี้ยปรับจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หาใช่ว่าเมื่อสัญญาสิ้นผลบังคับแล้วจำเลยจะไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ และการที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลย ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามฟ้องก็เห็นได้ชัดว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเท่าจำนวนที่จำเลยจะต้องชำระค่าตอบแทนให้โจทก์เท่านั้น หาใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าตอบแทนตามสัญญาไม่ และสัญญาดังกล่าวก็มิใช่สัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะสำเร็จหรือไม่สุดแต่ใจของลูกหนี้ตามความเข้าใจของจำเลย ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน

จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์ไม่เสียหายและสืบไม่สมว่ามีพฤติการณ์พิเศษอย่างไรนั้น พออนุโลมได้ว่า ค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์นั้นไม่ถูกต้อง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ค่าเสียหายในเรื่องนี้คู่สัญญากำหนดกันไว้ล่วงหน้าเป็นเบี้ยปรับจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถ้าสูงเกินส่วนศาลก็มีอำนาจลดได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าหลังจากที่จำเลยผิดสัญญาแล้ว โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่อย่างไร เช่นโจทก์จะต้องรับภาระเป็นผู้ซื้อทำให้ขาดทุนหรือถูกบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ปรับหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหาซื้อรายใหม่ คงมีแต่ข้อเท็จจริงที่ว่าในเดือนธันวาคม ๒๕๒๑ นายสมบูรณ์ นันทะวิวัฒน์ และนายกิติ อาสาสรรพกิจมาขอซื้อถ่านสังเคราะห์จากโจทก์ในราคากิโลกรัมละ ๓ บาท ซึ่งไม่แน่ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่

เพราะโจทก์ไม่ได้นำบุคคลทั้งสองมาเบิกความสนับสนุนและไม่ได้ความว่าหลังจากจำเลยผิดสัญญาแล้ว โจทก์เคยไปติดต่อขายให้ใครบ้าง แต่จำเลยนำสืบว่าความผิดพลาดของเรื่องนี้อยู่ที่บริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ผลิตถ่านไม่ได้ ซึ่งถึงอย่างไรโจทก์ก็ไม่เสียหาย ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าความเสียหายของโจทก์ในเรื่องนี้ไม่แน่นอน การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่าเบี้ยปรับนั้นเป็นการสูงเกินส่วน สมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เพียง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายรัตน กองแก้ว
ศาลอุทธรณ์ - นายปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้