Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173 บัญญัติให้ศาลสอบถามจำเลยเรื่องทนาย ถ้าจำเลยไม่มีทนาย และจำเลยต้องการ ก็ให้ศาลตั้งทนายให้จำเลยเสียก่อนเริ่มพิจารณา การถามคำให้การจำเลยก็เป็นการพิจารณา ถ้าศาลสอบถามคำให้การจำเลยก่อนสอบถามเรื่องทนายก็ย่อมเป็นการไม่ชอบ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ในเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173 บัญญัติขึ้นเพื่อให้จำเลยมีทนายต่อสู้คดีที่เป็นความผิดอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษจำคุกตามที่ระบุไว้ มิใช่หมายความรวมถึงโทษที่จำเลยจะพึงได้รับจากการเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบด้วย การที่จำเลยจะถูกเพิ่มโทษหรือไม่ เป็นคนละส่วนกับกรณีความผิดที่จำเลยถูกฟ้องร้อง ฉะนั้น แม้จำเลยจะให้การก่อนที่ศาลสอบถามจำเลยเรื่องทนาย คำให้การนั้นก็ไม่เสียไป ทั้งตามรูปคดีก็ไม่มีเหตุน่าสงสัยว่าคำให้การของจำเลยในข้อนี้จะไม่เป็นความจริง คำรับของจำเลยในข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ จึงรับฟังเพื่อเพิ่มโทษจำเลยได้. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10 -11/2509)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและวาจาขู่เข็ญว่าจะทำร้าย จำเลยเคยต้องคำพิพากษาจำคุก ๖ เดือนฐานรับของโจร ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙, ๓๓๕, ๘๓, ๙๒

จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนข้อเคยต้องโทษจำเลยรับ จำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษมาจริงตามฟ้องโจทก์ เมื่อศาลจดคำให้การจำเลยแล้วศาลสอบถามจำเลย จำเลยขอให้ศาลหาทนายให้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙, ๘๓ ให้จำคุก ๒ ปี เพิ่มโทษ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๙๒ คงจำคุก ๒ ปี ๘ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้มีโทษจำคุกถึงสิบปี การสอบถามคำให้การจำเลยเป็นการพิจารณาตามกฎหมาย ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๓ จะทำได้ต่อเมื่อจำเลยมีทนายแล้ว การสอบถามคำให้การจำเลยโดยยังไม่มีทนาย จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยซึ่งถือเสมือนว่าจำเลยยังมิได้ให้การ แต่พฤติการณ์ของคดียังไม่มีเหตุที่จำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ เพราะโจทก์จำเลยต่างมีและใช้สิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาของตนในชั้นสืบพยานได้ตามปรารถนา แต่คำให้การของจำเลยที่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษ ถือไม่ได้ว่าเป็นคำให้การที่ชอบไม่ผูกพันจำเลยและโจทก์มิได้นำสืบ จึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้ ส่วนข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงดังฟ้อง จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า ไม่เพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๙๒ คงจำคุกจำเลย ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลย ศาลฎีกาประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๓ บัญญัติให้ศาลสอบถามจำเลยเรื่องทนาย ถ้าจำเลยไม่มีทนายและจำเลยต้องการ ก็ให้ศาลตั้งทนายให้จำเลยเสียก่อนเริ่มพิจารณา การถามคำให้การจำเลยก็เป็นการพิจารณา ฉะนั้น ถ้าศาลสอบถามคำให้การจำเลยก่อนดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องทนายดังกล่าวข้างต้น ก็ย่อมเป็นการไม่ชอบ แต่ถึงแม้จะมีการถามคำให้การจำเลยโดยไม่ถูกต้อง ก็ไม่ต้องให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ในเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ส่วนการถามคำให้การจำเลยในเรื่องเคยต้องโทษตามฟ้องของโจทก์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๓ นั้น บัญญัติขึ้นเพื่อให้จำเลยมีทนายต่อสู้คดีที่เป็นความผิดอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษจำคุกตามอัตราที่ระบุไว้ มิใช่หมายความรวมถึงโทษที่จำเลยจะพึงได้รับจากการเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบด้วย และการที่จำเลยจะต้องถูกเพิ่มโทษหรือไม่ เป็นคนละส่วนกับกรณีความผิดที่จำเลยถูกฟ้องร้อง

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยไม่เกี่ยวกับมาตรา ๑๗๓ ที่กฎหมายมุ่งคุ้มครอง ฉะนั้น แม้จำเลยจะให้การก่อนที่ศาลสอบถามจำเลยเรื่องทนาย คำให้การนั้นก็ไม่เสียไปทั้งตามรูปคดีก็ไม่มีเหตุน่าสงสัยว่าคำให้การของจำเลยในข้อนี้จะไม่เป็นความจริง คำรับของจำเลยในข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ จึงรับฟังเพื่อเพิ่มโทษจำเลยได้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประกาศ บุณโยดม
ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้