Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 87016)

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้งนั้น เพื่อความสดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้ และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล้ว แม้ในที่สุดจำเลยจะต้องรับโทษถึง 2490 วัน ก็ย่อมทำได้ การลงโทษเรียงสำนวนทั้ง 166 สำนวน พึ่งให้นับโทษติดต่อกันไปไม่จำต้องรวมโทษทุกสำนวนเข้าด้วยกันแล้วคิดทอนจากวันเป็นปีเดือน เพราะจะทำให้จำเลยต้องรับโทษจริงเกินกว่าโทษที่จะต้องรับโดยการนับโทษติดต่อ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันยักยอกเงินของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยแยกฟ้องเป็น ๑๖๖ สำนวน เพราะจำเลยกระทำผิดต่างวันเวลากัน จำเลยรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงนครราชสีมาพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และ ๘๓ ให้จำคุกจำเลยแต่ละสำนวนคนละ ๑ เดือน ลดกึ่งหนึ่งคงจำคุกแต่ละสำนวนคนละ ๑๕ วัน โดยให้นับโทษติดต่อกันไป ซึ่งเมื่อรวมโทษทั้ง ๑๖๖ สำนวนแล้ว เป็นโทษจำคุกคนละ ๖ ปี ๑๑ เดือน ให้จำเลยช่วยกันคืนหรือใช้เงินแก่เจ้าทรัพย์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ความผิดของจำเลยเป็นการกระทำต่อเนื่องกันมา จึงเป็นกรรมเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงรวมพิจารณาพิพากษาแล้วจะลงโทษจำเลย ๑๓ ปี ๑๐ เดือน ก็ไม่ได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า เมื่อลดโทษแล้วจะลงโทษจำคุกจำเลยไปเพียงคนละ ๓ เดือน เท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระกัน โจทก์ฟ้องเป็น ๑๖๖ สำนวน จำเลยรับสารภาพตลอดทุกสำนวน แม้การยักยอกจะกระทำต่อเนื่องกันมา ก็หาใช่เป็นกรรมเดียวกันดังจำเลยฎีกาไม่ ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาคดีรวมกันก็เพื่อความสดวก เมื่อลดโทษแล้วเหลือจำคุกคนละ ๑๕ วัน ต่อ ๑ สำนวน ย่อมอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิพากษาได้ โทษของจำเลยเมื่อรวมกันทุกสำนวนแล้วคงเป็น ๒๔๙๐ วัน แต่ที่ศาลล่างคิดคำนวนเป็น ๖ ปี ๑๑ เดือน โดยทอนจากวันเป็นปีเดือนนั้น ทำให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยเพราะจำเลยจะต้องรับโทษจริงเกินกว่า ๒๔๙๐ วันไปศาลฎีกาเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรวมโทษจำเลยทุกสำนวนแล้วคิดคำนวนเป็นปีเดือน

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยแต่ละสำนวนคนละ ๑๕ วัน โดยให้นับโทษติดต่อกันไปเท่านั้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สารรักษ์ประนาท · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครราชสีมา - นายรัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 43828)

การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้ง นั้นเพื่อความสะดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4527/2530

การกระทำความผิดหลายกรรม ถ้า โจทก์แยกฟ้องจำเลยแต่ละกระทงความผิด และศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีทุกสำนวนรวมกัน ก็จะลงโทษจำเลยได้ไม่เกินกำหนดตาม ป.อ. มาตรา 91 แต่เมื่อโจทก์แยกฟ้องโดยศาลมิได้สั่งให้พิจารณาคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2174/2545

คำสั่งของคณะกรรมการสภาทนายความที่ให้จำหน่ายชื่อผู้ถูกกล่าวหาออกจากทะเบียนทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 43 ย่อมมีผลให้ผู้ถูกกล่าวหาขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 (4) ทันที แม้ผู้ถู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7413/2544

ผู้ถูกกล่าวหายกข้อเท็จจริงขึ้นมาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และขอให้ศาลฎีกาพิพากษาปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นผิดไปนั้น เป็นที่เข้าใจได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากลับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2517/2541

โทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนดเวลาเพียง 3 เดือน หรือน้อยกว่าดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 ต้องถือเอาโทษจำคุกที่ศาลลง ในแต่ละกระทงความผิด จะรวมโทษจำคุกทุกกระทงความผิดในคดีนั้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้