Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8683/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ทั้งสี่บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง เป็นเหตุให้ ว. ซึ่งเป็นลูกจ้างถึงแก่ความตาย ทำให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหายเป็นการฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามรับผิดทั้งมูลละเมิดและมูลเหตุที่กระทำผิดสัญญาจ้างแรงงาน มิใช่กรณีที่ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามรับผิดในมูลละเมิดแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งในเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงานไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ผู้ตายลาออกจากงานวันที่ 1 สิงหาคม 2552 อันเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายจ้างไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการจัดสถานที่ทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีนี้วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ฟ้องโจทก์ทั้งสี่ในเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงานจึงไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายอันจำเป็น ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตายและค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นเงิน 1,256,000 บาท, 1,823,400 บาท และ 360,000 บาท ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 6.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 1,590,000 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 72,000 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 464,000 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 6.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์ทั้งสี่เสร็จสิ้น คำขออื่นให้ยกและยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า นายวีระศักดิ์ ผู้ตาย ถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้จำเลยที่ 3 ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 กระทำละเมิดต่อผู้ตายจึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสี่ โจทก์ที่ 1 รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนวันที่ 11 เมษายน 2554 ถือว่าโจทก์ทั้งสี่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีนี้วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ยังไม่เกินกำหนดหนึ่งปี คดีจึงไม่ขาดอายุความ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสี่ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องโจทก์ทั้งสี่บรรยายว่า จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นนายจ้าง มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง แต่จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับดังกล่าวกลับปล่อยให้สถานที่ทำงานของนายวีระศักดิ์ ผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างอับอากาศเป็นที่สะสมของสารเคมีเป็นพิษและมีก๊าซออกซิเจนไม่เพียงพอ ไม่จัดให้สถานที่ทำงานปลอดภัยจากมลพิษทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและมีสารก่อมะเร็ง ไม่จัดชุดทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สามารถป้องกันสารเคมีอันตราย ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนวินิจฉัยว่าผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน

คำฟ้องของโจทก์ทั้งสี่จึงเป็นการฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามรับผิดทั้งมูลละเมิดและมูลเหตุที่จำเลยทั้งสามผู้เป็นนายจ้างไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานอันเป็นการกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงาน จึงมิใช่กรณีที่ขอให้จำเลยทั้งสามรับผิดเฉพาะในมูลละเมิดแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งในเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงานกฎหมายมีอายุความที่ยาวกว่าเนื่องจากมิได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 เมื่อคดีนี้ผู้ตายลาออกจากงานในวันที่ 1 สิงหาคม 2552 อันเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายจ้างไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการจัดสถานที่ทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ฟ้องโจทก์ทั้งสี่ในเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงานจึงไม่ขาดอายุความ

กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปว่าคดีขาดอายุความละเมิดหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ประการต่อไปว่า โจทก์ที่ 1 ไม่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ตายไม่สามารถทำงานได้จนถึงอายุ 60 ปี เพราะค่าสินไหมทดแทนกรณีดังกล่าวโจทก์ที่ 1 จะเรียกร้องได้เฉพาะกรณีที่ผู้ตายยังไม่ถึงแก่ความตายแต่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานเท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคสอง เห็นว่า โจทก์ที่ 1 มีคำขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังต่อไปนี้ ... (4) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตาย (5) ค่าขาดไร้อุปการะ และยังมีคำขอต่อไปอีกว่า

หากผู้ตายไม่ถูกจำเลยทั้งสามทำละเมิดจนถึงแก่ความตาย ผู้ตายจะสามารถทำงานได้จนถึงอายุ 60 ปี จำเลยทั้งสามจึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนนี้ด้วย ซึ่งต่อมาศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 1 โดยแบ่งเป็น... 4. ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตาย และ 5. ค่าขาดไร้อุปการะและค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ตายไม่สามารถทำงานได้จนถึงอายุ 60 ปี ดังนั้น เมื่อค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตายเป็นเงินตามมาตรา 443 วรรคสอง แต่ค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ตายไม่สามารถทำงานได้จนถึงอายุ 60 ปี ที่โจทก์ที่ 1 เรียกร้องดังกล่าว หาใช่ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ที่ผู้ตายมีสิทธิเรียกร้องจากผู้ทำละเมิดตามมาตรา 443 วรรคสอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของค่าขาดไร้อุปการะตามมาตรา 443 วรรคสาม

อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ประการสุดท้ายว่า การกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมิได้กำหนดสัดส่วนความรับผิดระหว่างจำเลยที่ 3 กับผู้ตาย ทั้งที่ความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ตายประกอบด้วยนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายสูบบุหรี่แม้มิได้สูบเป็นประจำแต่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ตายป่วยเป็นมะเร็ง ถือว่าความเสียหายหรือความตายที่เกิดขึ้นนั้น ได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ตายประกอบด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 จึงต้องนำบทบัญญัติแห่งมาตรา 223 มาใช้บังคับโดยอนุโลมเกี่ยวกับการกำหนดค่าเสียหาย แล้ววินิจฉัยว่าเมื่อผู้ตายมีส่วนร่วมเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดประกอบด้วย และเรืออรพินท์ 1 ได้ผ่านการตรวจสอบจากทางราชการหลายหน่วยงานประกอบกับโจทก์ได้รับค่าเสียหายจากกองทุนเงินทดแทนแล้ว จึงกำหนดค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสี่

อุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ว่า ศาลแรงงานกลางมิได้กำหนดสัดส่วนความรับผิดระหว่างจำเลยที่ 3 กับผู้ตายจึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · วิชัย เอื้ออังคณากุล · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสุรศักดิ์ กาญจนวิทย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.582/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2452/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1877/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้