Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยิงปืนตรงไปทางผู้เสียหาย แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายหลบเสียก่อนนั้น เป็นการกระทำไปตลอดแล้ว หากแต่ไม่บรรลุผลตามที่จำเลยเจตนาเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคน โจทก์ได้บรรยายในฟ้องว่า ได้มีการสมคบกันกระทำผิดแม้โจทก์จะไม่ได้อ้างบทมาตราที่บัญญัติถึงการร่วมกระทำความผิด ศาลก็รับฟังลงโทษจำเลยในฐานสมคบกันกระทำความผิดนั้นได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฉุดคร่าอนาจารและจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวแหวนและทั้งจำเลยที่ 1 ยังพยายามฆ่านายเพื้อนที่เข้าช่วยเหลือนางสาวแหวนอีกด้วยพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 284, 288 และ 80 แต่ให้ลงโทษตาม มาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 10 ปีจำเลยที่ 2 ผิดตาม มาตรา 284 จำคุก 2 ปี แต่จำเลยที่ 1 อายุเพียง 20 ปี จำเลยที่ 2 อายุเพียง 17 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 76 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 5 ปี จำเลยที่ 2 เหลือ 2 ปีมีดของกลางให้ริบจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 คงเหลือเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายในฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงยังปรับไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานพยายามประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่งในข้อสมคบคำขอท้ายฟ้องของโจทก์มิได้ขอมา แสดงให้เห็นว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะขอให้ลงโทษฐานสมคบในข้อที่ว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคนหรือไม่นั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วว่า จำเลยที่ 1 จ้องปืนไปทางนายเพื้อน ๆ หลบ ปืนก็ลั่นศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยยิงปืนตรงไปทางนายเพื้อนแต่กระสุนปืนไม่ถูกนายเฟื้อน เป็นเพราะนายเฟื้อนหลบเสียก่อนนั้นความผิดของจำเลยเป็นการกระทำไปตลอดแล้ว หากแต่ไม่บรรลุผลตามที่จำเลยเจตนาเท่านั้น การกระทำของจำเลยดังกล่าวนี้จึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคนส่วนฎีกาของจำเลยที่กล่าวในข้อสมคบว่า โจทก์มิได้ขอมาท้ายฟ้องนั้น ข้อนี้ ถ้าจำเลยหมายความว่า โจทก์มิได้อ้างบทมาตราว่าด้วยการร่วมกระทำผิดไว้ท้ายฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้นั้นข้อนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า หามีความจำเป็นดังที่เข้าใจไม่ เพราะโจทก์ได้บรรยายในฟ้องแล้วว่า ได้มีการสมคบกันกระทำผิดแม้โจทก์จะไม่ได้อ้างบทมาตราที่บัญญัติถึงการร่วมกระทำความผิดว่า มีอย่างไรก็ตาม ศาลก็รับฟังลงโทษจำเลยได้ศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · มนูภันย์วิมลสาร · สุทธิมนต์นฤนาท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20504/2556

ข้อเท็จจริงในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองว่ากระทำผิดด้วยเจตนาโดยประสงค์ต่อผลให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจากการถูกฟันด้วยมีดแตกต่างไปจาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8268/2550

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยกับพวกร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และ 83 แม้โจทก์จะอ้างมาตรา 289 มาในคำขอท้ายฟ้องด้วย แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4166/2550

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ส. กระสุนปืนถูก ส. และยังพลาดไปถูก อ. ด้วยนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ส. และฐานพยายามฆ่า อ. โดยพลาด แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6471/2537

จำเลยที่ 2 ใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายผู้เสียหายที่ 1จำนวน 2 ครั้ง ในลักษณะเลือกแทงและแทงโดยแรง ปรากฏว่าผู้เสียหายที่ 1 มีบาดแผลที่คอด้านหลังข้างขวาเหนือกระดูกไหปลาร้า ยาวประมาณครึ่งนิ้ว ลึกเข้าไปข้างใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้