Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8617/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนี้ เงินของกลางจำนวน 200 บาท จึงไม่อาจเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยทั้งสองได้มาโดยการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่าย กรณีจึงไม่อาจริบเงินของกลางดังกล่าวได้ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 135 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และวันเดียวกันนั้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้เสพเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์โดยฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยทั้งสองมีไว้เพื่อจำหน่ายและธนบัตรฉบับต่าง ๆ เป็นเงิน 200 บาท ที่จำเลยทั้งสองได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91 และ 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 83 และ 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและเงินของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน แต่ให้การปฏิเสธข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง และ 91 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี และฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พ.ศ.2522 มาตรา 57 และ 91 จำคุก 1ปีและปรับ 10,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เมื่อพิจารณาถึงความผิดแล้วไม่ร้ายแรงมากนัก เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตัวเป็นพลเมืองดีไม่หันกลับไปเสพยาเสพติดให้โทษอีกจึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ มีกำหนด 2 ปี หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบเมทแอมเฟตามีนและเงินของกลาง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การเข้าจับของเจ้าพนักงานตำรวจสืบเนื่องมาจากการสืบทราบว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดให้โทษ ขณะเข้าไปซุ่มดูก่อนจับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร้อยตำรวจเอกชัยรัตน์และสิบตำรวจโทวีระพนธ์พบเห็นแต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เสพยาเสพติดให้โทษกันอยู่ โดยไม่มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 จำหน่ายยาเสพติดให้โทษแก่ผู้ใดบ้าง และขณะเข้าทำการจับกุมจำเลยทั้งสองอยู่ในอาการเมายาเสพติดให้โทษ หลังจากจับจำเลยทั้งสองแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจก็ส่งตัวจำเลยทั้งสองไปตรวจหาสารเสพติดซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าจำเลยที่ 1 น่าจะเป็นเพียงผู้มามั่วสุมเสพยาเสพติดให้โทษเท่านั้น สิบตำรวจโทวีระพนธ์ก็เบิกความตอบทนายความจำเลยที่ 1 ถามค้านว่า

ขณะเข้าทำการจับกุมพบอุปกรณ์การเสพยาบ้าที่สิบตำรวจโทวีระพันธ์เบิกความว่าขณะซุ่มดูอยู่พบเห็นชาย 2 คน เดินเข้าไปหากลุ่มของจำเลยทั้งสองและส่งสิ่งของให้แก่กัน ก็ไม่ได้ความชัดว่าส่งอะไรแก่กัน ทั้งมิได้จับชาย 2 คนดังกล่าว ส่วนที่ร้อยตำรวจเอกชัยรัตน์จับนายสรายุทธ ในภายหลังและเบิกความตอบโจทก์ว่า ได้สอบถามนายสรายุทธแล้วได้ความว่านายสรายุทธจะมาซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 แต่กลับเบิกความตอบทนายความจำเลยที่ 1 ถามค้านว่าพยานไม่ได้สอบข้อเท็จจริงว่านายสรายุทธซื้อเมทแอมเฟตามีนจากผู้ใดไว้เป็นหลักฐาน นายสรายุทธก็มาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า พยานไม่เคยซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ร้อยตำรวจเอกชัยรัตน์พยานโจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านเจือสมกับข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ว่าช่วงเวลาที่พยานโจทก์เข้าทำการจับกุมจำเลยทั้งสอง

มีชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ที่คันสวนอีกฝั่งหนึ่งของสะพานข้ามร่องสวนใกล้เพิงพักที่เกิดเหตุได้วิ่งหนีไปซึ่งชายคนดังกล่าวเป็นบุคคลที่จำเลยที่ 1 นำสืบอ้างว่าเป็นผู้ขายเมทแอมเฟตามีนซึ่งบอกให้ผู้ซื้อไปหยิบเมทแอมเฟตามีนเอาเองที่เพิงพักที่เกิดเหตุ แล้ววางเงินไว้ที่เพิงพักนั้น ชายคนขายก็จะเข้ามาเก็บเงินไป ซึ่งมีเหตุผลที่เป็นไปได้ดังจำเลยที่ 1 นำสืบต่อสู้ ทั้งจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดมาในความผิดฐานนี้ โดยรับสารภาพเฉพาะความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ยังมีเหตุให้สงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานนี้

ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นพยานหลักฐานของโจทก์คงรับฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนเท่านั้น ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงตามสำนวนว่าขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 มีอายุเพียง 19 ปีเศษ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนสภาพความผิดที่จำเลยที่ 1 กระทำดังกล่าวไม่ร้ายแรงมากนัก เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตนเป็นพลเมืองดีไม่หันกลับไปเสพยาเสพติดให้โทษอีก จึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี

อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ริบเงินจำนวน 200 บาท ที่จำเลยทั้งสองได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางนั้นปรากฏว่าโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนกฎหมายดังนี้ เงินจำนวน 200 บาท ของกลางดังกล่าวจึงไม่อาจเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยทั้งสองได้มาโดยการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้ได้ ทั้งโจทก์มิได้มีคำขอให้ริบเงินจำนวนดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 (2) ด้วย กรณีจึงไม่อาจริบเงินของกลางดังกล่าวได้ แม้จำเลยที่ 1 มิได้ฎีกาในปัญหานี้แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย สำหรับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน 6 เดือน ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้ยกคำขอให้ริบเงินของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รัตน กองแก้ว · มงคล ทับเที่ยง · พินิจ บุญชัด
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2951/2566

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองร่วมกันมียาแก้ไอซึ่งมีส่วนผสมของไดเฟนไฮดรามีนและคลอร์เฟนิรามีน มาลีเอต อันเป็นยาแผนปัจจุบันชนิดยาอันตรายจำพวกฮิสตามีนและแอนติฮิสตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12797/2558

ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 364 นั้น แม้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จะระบุอ้าง ป.อ. มาตรา 364 ไว้ด้วย แต่โจทก์ไม่ได้กล่าวบรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเข้าไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9597/2558

โจทก์บรรยายฟ้องและมีคำขอให้ริบแผ่นปกซีดีภาพยนตร์ด้วย เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้วินิจฉัยคำขอของโจทก์ในส่วนนี้ จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22722/2555

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมียาสูบซึ่งผลิตในต่างประเทศโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบหลายยี่ห้อ รวม 861 ซอง โดยมิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบดังกล่าว แม้ในฟ้องจะระบุฐาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4093/2555

ความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนต์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79 และมาตรา 54 วรรคหนึ่ง, 82 สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่จำเลยประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ดังนั้น แผ่นวีซีดีภา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้