Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 16 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อมาพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 โดยพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด มีบทบัญญัติมาตรา 30กำหนดหลักการไว้ใกล้เคียงกับมาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร ดังนี้ เมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิด โดยกฎหมายที่ใช้ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบแห่งความผิด และเปิดโอกาสให้จำเลย อ้างเหตุผลอันสมควรมาเป็นข้อแก้ตัวได้ จึงต้องถือว่ากฎหมายที่ใช้ภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย และต้องนำมาบังคับใช้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2522 เวลากลางวัน จำเลยเป็นผู้ทำการขายปลีกไม้ขีดไฟซึ่งเป็นสิ่งของควบคุมการผลิตการจำหน่ายและห้ามค้ากำไรเกินควรตามประกาศของคณะกรรมการการค้ากำไรเกินควร และจำเลยได้ทราบประกาศแล้ว ได้มีนายสมชายกับพวกมาขอซื้อปลีกไม้ขีดไฟจำนวน 1 ห่อ (ห่อละ 600 กลัก) ด้วยเงินสดจากจำเลยอันเป็นจำนวนและปริมาณไม่เกินควรแก่การใช้ แต่จำเลยไม่ยอมขายปลีกให้นายสมชายกับพวกเหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 8, 8 ทวิ, 16, 21 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2517 มาตรา 6, 7 ประกาศคณะกรรมการกลางป้องกันการค้ากำไรเกินควร (ฉบับที่

ป.1) พ.ศ. 2522 เรื่องควบคุมการผลิตการจำหน่าย และห้ามค้ากำไรเกินควร ซึ่งสิ่งของบางชนิด ลงวันที่ 15 มกราคม2522 บัญชี ก. หมวด 4 ข้อ 2 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 และสั่งจ่ายรางวัลแก่ผู้จับกุมตามกฎหมายจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ขอซื้อไม้ขีดจำนวน 1 ห่อ (ห่อละ 600 กลัก)เป็นปริมาณที่เกินสมควรแก่การใช้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพหมายถึงการยอมรับว่าจำนวนและปริมาณที่ผู้เสียหายขอซื้อนั้นไม่เกินสมควรแก่การใช้ตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร

พ.ศ. 2490 มาตรา 8, 8 ทวิ 16, 21 พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2517 มาตรา 6, 7 ให้จำคุก6 เดือน ปรับ 5,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท และให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ภายในกำหนด 3 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา 29, 30 ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 5, 6, 7, และ 8จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 และพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2517 แต่ปรากฏว่าพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับนี้ได้ถูกยกเลิกแล้วโดย มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2522 ศาลฎีกาได้ตรวจพิจารณาพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันกับการผูกขาด พ.ศ. 2522 แล้ว เห็นว่ามีบทบัญญัติมาตรา 30 ที่ได้ กำหนดหลักการไว้ใกล้เคียงกับบทบัญญัติมาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษในคดีนี้โดยได้บัญญัติไว้ว่า มาตรา 30 ห้ามมิให้ ฯลฯ ผู้ประกอบธุรกิจใดซึ่งมีสินค้าควบคุมไว้เพื่อจำหน่ายแล้วไม่นำออกจำหน่ายหรือเสนอขายตามปกติ หรือปฏิเสธการจำหน่ายหรือประวิงการจำหน่ายหรือส่งมอบสินค้าควบคุมโดยไม่มีเหตุผลสมควร แต่องค์ประการความผิดตามมาตรา 30 นี้

ต่างไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรกล่าวคือ มาตรา 16 กำหนดเป็นความผิดแก่ผู้ทำการขายปลีกซึ่งไม่ขายส่งของแก่ผู้ที่ขอซื้อเป็นจำนวนหรือปริมาณไม่เกินสมควรแก่การใช้ แต่มาตรา 30แห่งพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522กำหนดเป็นความผิดแก่ผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าควบคุมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หากโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องในขณะนี้โดยมิได้ระบุในฟ้องว่า จำเลยปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรย่อมต้องถือว่าเป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบของความผิด และศาลจะพิพากษาโทษจำเลยไม่ได้ เมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด คดีนี้แตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด โดยกฎหมายที่ใช้ในภายหลังได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบแห่งความผิด และเปิดโอกาสให้จำเลยอ้างเหตุผลอันสมควรมาเป็นข้อแก้ตัวได้ จึงต้องถือว่ากฎหมายที่ใช้ภายหลังเป็นคุณแก่จำเลยและจะต้องนำมาบังคับแก่คดีนี้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่าที่จำเลยไม่ขายไม้ขีดไฟให้แก่ผู้ขอซื้อนั้นได้กระทำไปโดยไม่มีเหตุสมควร ศาลก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ คดีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าไม้ขีดไฟที่มีผู้ขอซื้อนั้น เป็นจำนวนหรือปริมาณไม่เกินสมควรแก่การใช้หรือไม่พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรัส เขมะจารุ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2568

กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2306/2567

แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารตามคำสั่งของพวกเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด แต่ก็มีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำด้วยการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และในที่สุดได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2567

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.410 กรัม และจำหน่ายไปมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.027 กรัม ซึ่งแม้จะเป็นการขายให้แก่สาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้