คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าเขียงจำหน่ายเนื้อสุกรจากเทศบาลจำเลยเป็นลูกเขียงรับเนื้อสุกรจากเทศบาล จำเลยเป็นลูกเขียงรับเนื้อสุกรจากโจทก์ไปจำหน่ายที่เขียงเลขที่ 119 - 120 โดยจำเลยต้องออกเงินค่าเช่าเขียงวันละ 6 บาทให้โจทก์ ครั้นเดือนกุมภาพันธ์ 2507 โจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเป็นลูกเขียงของโจทก์ จำเลยไม่ยอมทำและไม่ยอมเสียค่าเช่า จำต้องให้จำเลยเลิกเป็นลูกเขียง ขอให้พิพากษาให้จำเลยออกไป กับให้ใช้ค่าเสียหาย 1,914 บาท กับอีกวันละ 6 บาทนับแต่ 21 มกราคม 2508จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เป็นผู้ประมูลได้ จำเลยเป็นผู้ประมูลได้ และทำสัญญาเช่าจากเทศบาล ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาให้ตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยกับพวก 12 คนใช้ชื่อว่าสุกรสามัคคี ประมูลสิทธิขายเนื้อสุกรโดยเสียค่าตอบแทนหรือค่าบำรุงให้แก่เทศบาล 368,000 บาท กับค่าเช่าให้เป็นรายวันอีกเขียงละ 3 บาท หรือแผงละ 6 บาทต่อวัน จำเลยเข้าขายเนื้อสุกรที่เขียงดังกล่าวตามที่ประมูลได้ ส่วนการทำสัญญาเช่าเขียงจากเทศบาลซึ่งจะต้องเสียเงิน 368,000 บาท ยังไม่ได้ทำ ต่อมาได้ตั้งบริษัทโจทก์ขึ้น โดยมีจำเลยกับพวก 12 คนเป็นผู้ถือหุ้นและมีนายตึ๋งเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง บริษัทโจทก์ทำสัญญาเช่าแผงจากเทศบาลโดยเสียค่าบำรุงให้แก่เทศบาล 368,000 บาท ตามที่จำเลยกับพวกประมูลไว้เมื่อคณะสุกรสามัคคีประมูลได้สิทธิที่จะขายเนื้อสุกร
ก็ยังผูกพันที่จะต้องชำระเงิน 368,000 บาทศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อบริษัทโจทก์เป็นผู้เข้าทำสัญญาเช่าจากเทศบาล จำเลยกับพวกมิได้คัดค้าน บริษัทโจทก์เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งต่างหากจากจำเลยและพวกเมื่อบริษัทโจทก์เป็นคู่สัญญากับเทศบาล เป็นผู้เช่าจากเทศบาล และจำเลยยอมให้โจทก์เช่าแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิที่จะใช้เขียงจำหน่ายเนื้อสุกรได้อย่างฐานะผู้เช่าทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อโจทก์ให้จำเลยมาทำสัญญาเช่าจากโจทก์ จำเลยได้ประสงค์จะใช้เขียงจำหน่ายต่อไป ก็ชอบที่จะต้องทำสัญญาเช่าจากโจทก์ การที่จำเลยไม่ยอมทำสัญญาเช่าจากโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ข้อโต้เถียงของจำเลยเกี่ยวกับนายตึ๋งผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของบริษัทโจทก์ว่ากระทำการไม่ชอบ อันเป็นกิจการภายในของบริษัทนั้น เห็นว่าเป็นกรณีที่จำเลยจะว่ากล่าวเอาแก่บริษัทโจทก์เป็นอีกส่วนหนึ่งไม่เกี่ยวกับข้อโต้เถียงในคดีนี้พิพากษายืน