Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2485 (เลขอ้างอิง 85867)

พ.ศ. 2485 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในเรื่องหาว่าเจ้าพนักงานยักยอกเงินในตำแหน่งหน้าที่จำเลยต่อสู้และจะขอสืบพยานว่าเป็นการนอกหน้าที่และตามคำสั่งที่ให้จำเลยไปช่วยราชการไม่กินความถึงการนำส่งเงินที่โจทย์ฟ้องดังนี้ ควรอนุญาตให้จำเลยสืบพยานได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นปลัดอำเภอไปช่วยราชการแผนกมหาดไทย จำเลยได้รับเงินครั้งแรก ๑๓๕ บาท ๐๕ สตางค์ และครั้งหลังอีก ๑๐๐ บาท ๑๐ สตางต์เพื่อไปจัดการตามหน้าที่จำเลยกลับเจตนาทุจริตยักยอกเงินนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ขอให้ลงโทษ

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้หนึ่งปากแล้วเรียกคำให้การชั้นสอบสวนของพยานบางคนมาประกอบคำวินิจฉัย ฝ่ายจำเลยขอสืบในข้อที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการนอกหน้าที่ราชการและคำสั่งให้จำเลยไปช่วยราชการนั้น ไม่กินความถึงหน้าที่ในการนำส่งเงินไปรษณีย์ด้วย แต่ศาลเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยชี้ขาดได้แล้ว จึงงดสืบพยานแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ๒ กะทงตามมาตรา ๓๑๙ (๓) ให้จำคุกกะทงละ ๒ ปี โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้นับโทษ ๒ กะทงซึ่งต้องหากะทงละคดีต่อเนื่องกันไป นอกนั้นยืน จำเลยฎีกาว่า ศาลงดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นการมิชอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยให้การปฏิเสธและเฉพาะคดีนี้มีเหตุควรรู้ข้อเท็จจริงต่อไปศาลจึงควรสืบพยานจำเลยให้สิ้นกระแสความก่อนชี้ขาดความผิดของจำเลยจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองให้ศาลชั้นต้นให้โอกาสคู่ความนำสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ช. เพ็นชาติ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายเสน่ห์ สุขลักสน
ศาลอุทธรณ์ - นายปิ่นท์ ปัท+
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้