Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2495 (เลขอ้างอิง 85399)

พ.ศ. 2495 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องหาว่าจำเลยได้สมคบกันพยายามจะก่อการกบถโดยจะกระทำการประทุษฐร้ายเพื่อทำลายรัฐบาล ฯลฯ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2491 เวลาใดไม่ปรากฎถึง วันที่ 2 ตุลาคม ปีเดียวกันเวลากลางวัน ฯลฯ ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่ระบุวันเวลาจำกัดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้แล้ว กฎหมายหาได้บังคับให้แยกเป็นเวลา เป็นรายตัวบุคคลไม่ และไม่จำเป็นต้องแยกว่า จำเลยคนใดกระทำผิดอย่างใด เมื่อได้บรรยายการกระทำผิดมาพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ก็ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ การล้มล้างรัฐบาลเก่า ตั้งเป็นรัฐบาลขึ้นใหม่โดยใช้กำลังนั้น ในตอนต้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายจนกว่าประชาชนจะได้ยอมรับนับถือแล้ว เมื่อเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามความเป็นจริงคือหมายความว่า ประชาชนได้ยอมรับนับถือแล้ว ผู้ก่อการกบถล้มล้างรัฐบาลดั่งกล่าวก็ต้องเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 102

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 102 ป.วิ.อ. มาตรา 158

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๒ สำนวนนี้พิจารณารวมกัน

โจทก์ฟ้องต้องกันว่าระหว่างวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๑ เวลาใดไม่ปรากฎถึงวันที่ ๒ ตุลาคมปีเดียวกันเวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจสมคบกันพยายามจะก่อการกบถฯลฯ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๐๑ - ๑๐๒ - ๑๐๓ - ๑๐๔ จำเลยทุกคนปฏิเสธ ศาลชั้นต้นชี้ขาดว่า พันเอกกิตติ ทัตตานนท์ พันโทประสพ ฐิติวร ร้อยโทบัญช่วย ศรีทองเกิด พันเอกหลวงจิตรโยธี พันเอกหลวงศรีสิงหสงคราม พันตรีชิน หงษ์รัตน์ ร้อยเอกหิรัญ สมัครเสวี ร้อยเอกสุรพันธ์ อิงคุลานนท์ และพลตรีเนตร เขมะโยธิน จำเลยรวม ๙ คน ได้พยายามก่อการกบถเพื่อล้มล้างรัฐบาลอันมีจอมพลแปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีจริงดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๙ มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๐๒ ตอนต้น ให้จำคุกคนละ ๓ ปี ข้อหานอกนี้ให้ยกเสีย จำเลยอีก ๑๓ คนให้ยกฟ้อง โจทก์ และจำเลยที่ต้องโทษอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ต้องโทษฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า คดี ๒ สำนวนนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยได้สมคบกันพยายามก่อการกบถระหว่างวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๑ เวลาใดไม่ปรากฎถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ปีเดียวกัน เวลากลางวัน ดังนี้ย่อมเป็นวันเวลาจำกัดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว กฎหมายหาได้บังคับให้แยกเป็นเวลา เป็นรายตัวบุคคลไม่ และไม่จำเป็นต้องแยกว่าจำเลยคนใดกระทำผิดอย่างใด สำหรับปัญหาที่ว่า รัฐบาลที่จำเลยพยายามจะล้มล้างเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าการล้มล้างรัฐบาลเก่าตั้งเป็นรัฐบาลใหม่ขึ้นโดยใช้กำลังนั้น ในตอนต้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายจนกว่าประชาชนจะได้ยอมรับนับถือแล้ว

คดี ๒ สำนวนนี้ศาลอาญาฟังข้อเท็จจริงว่า รัฐบาลที่จำเลยคิดล้มล้างเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ซึ่งหมายความว่า ประชาชนได้ยอมรับนับถือแล้ว และศาลอุทธรณ์ก็มิได้แก้ไขฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ปัญหาข้อ ๓ แม้จอมพลแปลก พิบูลสงครามจะเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนเมษายน ๒๔๙๑ ภายหลังวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๑ และการกระทำของจำเลยสิ้นสุดลงในคืนวันที่ ๑ กับวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๔๙๑ ติดต่อกัน ไม่ถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๔๙๑ เวลากลางวันก็ดี ทั้ง ๒ ประการนี้เป็นเพียงโจทก์กล่าวข้อความในฟ้องเกินไปเท่านั้น ส่วนสาระสำคัญคงถูกต้องว่า ระหว่างวันเวลาที่จำเลยสมคบกันกระทำผิดนั้นมีจอมพลแปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่จริง คำฟ้องที่เกินเลยไปไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ถึงกับเสีย ฯลฯ

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นิติธรรมประกรณ์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - หลวงการุณย์นราทร
ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2497 (เลขอ้างอิง 51000)

ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยกับพวกสะสมกำลังเครื่องศาสตราวุธสมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถ ช่วยกันปกปิดความผิด ไม่นำความไปร้องเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2497 (เลขอ้างอิง 90044)

ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยกับพวกสะสมกำลังเครื่องศาสตราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถช่วยกันปกปิดความผิด ไม่นำความไปร้องเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2497 (เลขอ้างอิง 87849)

ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยกับพวกสะสมกำลับเครื่องศาสราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถช่วยกันปกปิดความผิด ไม่นำความไปร้องเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2495 (เลขอ้างอิง 48546)

ฟ้องหาว่าจำเลยได้สมคบกันพยายามจะก่อการกบฏโดยจะกระทำการประทุษร้ายเพื่อทำลายรัฐบาล ฯลฯ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2491 เวลาใดไม่ปรากฏถึงวันที่ 2 ตุลาคมปีเดียวกันเวลากลางวัน ฯลฯ ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่ระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้