เนื้อความคำพิพากษา
ตามฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำความผิดของจำเลยได้ความว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน 2548 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2548 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดมีคนร้ายเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนางยุพา ผู้เสียหาย และลักสมุดคู่ฝากเงินฝากประจำธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ของผู้เสียหายซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไป แม้คำบรรยายฟ้องของโจทก์พอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีว่าวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดเป็นช่วงเวลาใด และจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์ตามฟ้องก็ตาม แต่โจทก์ไม่ได้นำสืบเกี่ยวกับเวลาเกิดเหตุให้ศาลเห็นว่าจำเลยลักทรัพย์ในเวลากลางคืนซึ่งความจริงเหตุอาจจะเกิดในเวลากลางวันก็ได้จึงต้องยกประโยชน์ให้แก่จำเลย โดยฟังได้เพียงว่าจำเลยลักทรัพย์ในเวลากลางวัน
ปัญหาดังกล่าวแม้มิได้มีฝ่ายใดฎีกาก็ตาม แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 คดีจึงฟังได้เพียงว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถาน ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า จำเลยลักสมุดคู่ฝากเงินฝากประจำธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ของผู้เสียหายซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถาน และจำเลยปลอมลายมือชื่อของผู้เสียหายในใบถอนเงินเพื่อใช้ใบถอนเงินดังกล่าวขอเบิกถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย 18,000 บาท ลักษณะการกระทำความผิดของจำเลยเป็นไปโดยอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในสังคม
พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และมีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว หรือมีเหตุอื่นดังที่จำเลยอ้างในฎีกา ก็มิใช่เหตุเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย อย่างไรก็ตาม ปรากฏจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติว่าจำเลยได้คืนเงินจำนวน 18,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษในความผิดฐานลักทรัพย์จำคุกจำเลยถึง 2 ปี ก่อนลดโทษให้นั้น เป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษที่หนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน"
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุก 3 เดือนในความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมแล้ว เป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์