Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 84839)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จ้างจำเลยร่วมขนดินซึ่งถ้าผิดสัญญาโจทก์มีสิทธิเลิกสัญญา และริบมัดจำได้ จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันการชำระมัดจำของจำเลยร่วม ต่อมาโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยร่วม แต่หลังจากนั้นโจทก์มีหนังสือขอให้จำเลยร่วมเกลี่ยดินที่กองไว้ให้ได้ระดับที่กำหนดให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด โดยจะพิจารณาจ่ายเงินที่ค้างให้จำเลยร่วมต่อไป และให้จำเลยร่วมจัดการต่ออายุสัญญาค้ำประกันเดิมไปจนกว่าจะเกลี่ยดินเสร็จ ดังนี้ แสดงว่าโจทก์กลับมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยร่วมอีกโดยยอมพิจารณาจ่ายเงินที่ค้างแก่จำเลยร่วมและยอมผ่อนผันไม่ริบมัดจำ ฉะนั้น บันทึกของจำเลยร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโจทก์ตามคำขอของโจทก์ที่ว่าจำเลยร่วมจะเกลี่ยดินให้แล้วเสร็จอย่างช้าไม่เกิน 25 วัน ถ้าทำไม่เสร็จตามกำหนด โจทก์จึงจะริบเงินมัดจำ จึงแสดงว่าโจทก์สละสิทธิริบมัดจำตามสัญญาเดิม เป็นการผ่อนผันให้แก่กันตามลักษณะสัญญาประนีประนอมยอมความ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวน ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรก

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมทำสัญญากับโจทก์รับจ้างขนดิน ถ้าทำงานไม่เสร็จตามกำหนดยอมให้ปรับเที่ยวละ ๕๐ บาท และยอมให้โจทก์บอกเลิกสัญญาและริบมัดจำได้ จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันการชำระเงินมัดจำของจำเลยร่วมเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยร่วมไม่สามารถทำงานเสร็จตามสัญญาโจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยร่วม และให้จำเลยชำระเงินมัดจำตามสัญญาค้ำประกันแต่จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับ

จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาค้ำประกันเบี้ยปรับ มิใช่มัดจำ จำเลยร่วมมิได้ผิดสัญญา โจทก์และจำเลยร่วมตกลงกันใหม่ให้จำเลยร่วมเกลี่ยดินให้เรียบร้อย โดยโจทก์จะไม่ริบมัดจำหรือเบี้ยปรับ โจทก์ยังเป็นลูกหนี้จำเลยร่วมอยู่ ๙๘,๗๓๐ บาท จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด บริษัทผ่องสวัสดิ์พาณิชย์จำกัดร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต สำนวนที่ ๒

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ขนดิน ต่อมาจำเลยบอกเลิกสัญญาและค้างเงินที่จะต้องชำระให้โจทก์ ๙๘,๗๓๐ บาท จึงขอให้ชำระ

จำเลยให้การว่า โจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงได้บอกเลิกสัญญา และมีสิทธิเรียกให้โจทก์ชำระมัดจำ ๙๐,๐๐๐ บาท หากต้องรับผิดจำเลยก็ขอหักกลบลบหนี้ กับต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ ศาลให้เรียกเทศบาลว่าโจทก์ ธนาคารว่าจำเลย และบริษัทว่าจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยร่วมได้ แต่โจทก์สละสิทธิการริบมัดจำ โจทก์ยังค้างเงินจำเลยร่วม ๙๘,๓๗๐ บาท จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลยร่วม ๙๘,๓๗๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลยร่วม ๘,๓๗๐ บาท จำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยร่วมเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญาได้ แต่หลังจากบอกเลิกสัญญาแล้ว โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยร่วมขอให้เกลี่ยดินที่นำมากองไว้ให้ได้ระดับที่กำหนดไว้โดยเร็วที่สุด โดยโจทก์จะพิจารณาจ่ายเงินที่ค้างจ่ายให้จำเลยร่วมต่อไป และให้จำเลยร่วมจัดการต่ออายุสัญญาค้ำประกันเดิมไปจนกว่าจะทำการเกลี่ยดินเสร็จ ซึ่งแสดงว่าโจทก์กลับมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยร่วมอีก โดยยอมพิจารณาจ่ายเงินที่ค้างและผ่อนผันไม่ริบมัดจำ ฉะนั้น บันทึกของจำเลยร่วมและหัวหน้าสำนักงานกลางปรับปรุงแหล่งชุมชนที่จัดขึ้นตามคำขอของโจทก์ที่ว่า จำเลยร่วมจะเกลี่ยดินให้เสร็จอย่างช้าไม่เกิน ๒๕ วัน ถ้าทำไม่เสร็จตามกำหนด โจทก์จึงจะริบมัดจำ ๙๐,๐๐๐ บาท แสดงว่าโจทก์สละสิทธิริบเงินมัดจำตามข้อสัญญาเดิมอันเป็นการยอมผ่อนผันให้แก่กันตามลักษณะสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อจำเลยทำงานเสร็จภายในกำหนด โจทก์จึงจะริบเงินมัดจำมิได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้