Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัท ก. ซึ่งดำเนินกิจการจัดสรรที่ดินและบ้านขาย เป็นหนี้ธนาคารโจทก์จึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์โดยบริษัท ก. ตกลงโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 374 โฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จัดสรรขายนั้นให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ และในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวได้มีข้อตกลง ว่า เมื่อผู้ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายใดได้ชำระราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตกลงซื้อให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้ซื้อนั้นอาคารใดที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จเรียบร้อยโจทก์รับจะดำเนินการก่อสร้างให้เรียบร้อย เมื่อโจทก์จำหน่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปหมดแล้ว ถ้าได้เงินเกินกว่าจำนวนที่บริษัท ก. เป็นหนี้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยเท่าใด โจทก์ยอมแบ่งเงินส่วนที่เกินนั้นแก่บริษัท ก. ครึ่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากบริษัท ก. ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวแล้ว โจทก์ก็ได้ดำเนินการจัดการก่อสร้าง ปรับปรุง เพิ่มเติมอาคารจนแล้วเสร็จแล้วขายไป พฤติการณ์ดังกล่าว ถือได้ว่าโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรเข้าลักษณะเป็นรายรับตามประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร โจทก์ต้องนำรายรับนี้มาเสียภาษีการค้าการประกอบกิจการค้าอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่กิจการที่ผิดกฎหมายเพียงแต่มีกฎหมายห้ามบุคคลบางประเภทไม่ให้กระทำเท่านั้นฉะนั้น การประกอบกิจการค้าอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 หรือไม่ก็ตามก็หาทำให้โจทก์ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 78 พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้แจ้งประเมินภาษีการค้าแก่โจทก์อ้างว่าโจทก์มีรายรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์อันได้มาจากการประนีประนอมยอมความกับบริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด แต่โจทก์มิได้นำรายรับดังกล่าวไปยื่นเสียภาษีการค้าจึงประเมินเรียกเก็บภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล เบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการดังกล่าววินิจฉัยว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินถูกต้องแล้ว ซึ่งโจทก์เห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบเพราะการขายอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ไม่ใช่เป็นการค้าเพื่อหากำไร และโจทก์เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้ประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. 2505 รายรับที่โจทก์ได้มาจึงเป็นรายรับที่ได้จากการกระทำอันฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยจะเรียกเก็บภาษีอากรไม่ได้ ขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือแบบแจ้งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวจำเลยให้การว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เป็นทางค้าหรือหากำไรโจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าในประเภท 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า การประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาในชั้นนี้มีว่า การที่โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาแล้วทำการขายต่อไปนั้น

ถือว่า โจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรอันจะทำให้โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้ประกอบการค้าในประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ เหตุที่มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเนื่องมาจากบริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด ซึ่งเป็นลูกหนี้ของโจทกประสบอุปสรรคในการจัดสรรที่ดินขาย และถูกผู้ซื้อที่ดินและอาคารกับธนาคารพาณิชย์อื่นฟ้องคดีหลายสิบรายจึงได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย จ.1 กันขึ้น เมื่อได้พิจารณาสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวโดยตลอดแล้วปรากฏตามสัญญาข้อ 4 ระบุให้ธนาคาร (โจทก์) จัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้ซื้อจากลูกหนี้ (บริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด) ในเมื่อผู้ซื้อจากลูกหนี้ได้ชำระเงินที่ยังเหลือให้แก่ธนาคารเสร็จสิ้นแล้ว

อาคารพาณิชย์คูหาใดที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย ธนาคารรับจะดำเนินกรก่อสร้างให้เสร็จเรียบร้อย ตามสัญญาข้อนี้แสดงว่า ธนาคารโจทก์ได้เข้ารับช่วงกิจการของบริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด ลูกหนี้ของตนโดยรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่ที่มีต่อผู้ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากลูกหนี้ และรับเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อไปให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของโจทก์เองที่จะดำเนินการจัดการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสืบต่อจากบริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด ด้วยวัตถุประสงค์อย่างเดียวกันคือมุ่งหากำไรในการจำหน่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้ซื้อหากมีผลกำไรเกิดขึ้นจากการขายดังกล่าว โจทก์กับบริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด ได้ตกลงแบ่งผลกำไรกันคนละครึ่ง

ดังจะเห็นได้จากสัญญาข้อ 6 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อธนาคารได้จำหน่ายไปหมดสิ้น ได้เงินสุทธิจากการจำหน่ายเกินกว่ายอดหนี้สินของลูกหนี้บวกกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปีนับแต่วันทำสัญญาตลอดไปจนถึงวันจำหน่ายได้แล้ว เงินส่วนเกินนั้นจะเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม ธนาคารยอมคืนให้แก่ลูกหนี้ครึ่งหนึ่งของเงินส่วนเกินนั้นทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขว่า ธนาคารทรงสิทธิเด็ดขาดแต่ผู้เดียวในการกำหนดราคาขายในกรณีที่ธนาคารเห็นว่าการปรับปรุงสภาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ดีขึ้นกว่าสภาพที่เป็นอยู่ในขณะโอนชำระหนี้จะเป็นประโยชน์แก่การขายยิ่งกว่าการขายในสภาพที่เป็นอยู่ ธนาคารทรงสิทธิเด็ดขาดที่จะลงทุนปรับปรุงสภาพที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ดีขึ้นด้วยการปลูกสร้างอาคารขึ้นใหม่ก็ดี

ด้วยการดัดแปลงต่อเติมสิ่งปลูกสร้างเดิมที่ปลูกสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ดี ด้วยการปรับปรุงถนน ทางระบายน้ำระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ตลอดจนการปรับปรุงอย่างอื่น ๆ บรรดาที่ธนาคารเห็นสมควรก็ดี ย่อมกระทำได้ทั้งสิ้น เห็นว่า "เงินสุทธิ" ตามความหมายในสัญญาข้อ 6ก็คือเงินผลกำไรที่ได้จากการจำหน่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ซึ่งธนาคารเป็นผู้ดำเนินการโดยลงทุนก่อสร้าง ปรับปรุง ดัดแปลง ต่อเติมสิ่งปลูกสร้างและเป็นผู้กำหนดราคาขายให้แก่ผู้ซื้อ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ความจากพยานจำเลยว่าจากการสอบปากคำบริษัทกุลเศรษฐศิริ จำกัด โดยผู้แทน ได้ให้การว่าธนาคารโจทก์เป็นผู้ดำเนินการจัดการก่อสร้างปรับปรุง เพิ่มเติมอาคารจนเสร็จแล้วโอนขายไปพฤติการณ์ที่โจทก์ดำเนินการเช่นที่กล่าวมาถือได้ว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร

เข้าลักษณะเป็นรายรับตามประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร ฉะนั้นโจทก์จึงต้องนำรายรับนี้มาเสียภาษีการค้าตามประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์สำหรับปัญหาข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การดำเนินการค้าอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505ประมวลรัษฎากรคงไม่ต้องการที่จะเรียกเก็บอากรจากรายรับที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายนั้น เห็นว่าการประกอบกิจการค้าอสังหาริมทรัพย์เป็นการประกอบกิจการที่บุคคลทั่ว ๆ ไปทำได้ตามกฎหมายเพียงแต่ห้ามบุคคลบางประเภทไว้เท่านั้น เช่นกรณีนี้ก็ห้ามธนาคารมิให้ประกอบกิจการค้าอสังหาริมทรัพย์ จะนำเอาไปเปรียบเทียบกับการรับจ้างค้าประเวณีหรือรับจ้างกระทำการใด

ๆ ที่ผิดกฎหมายดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่ เพราะกิจการดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลทุกคนยอมประกอบกิจการดังกล่าวไม่ได้ ดังนั้น การกระทำของโจทก์จะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 หรือไม่ก็ตาม ก็หามีผลให้โจทก์ได้รับยกเว้นการเสียภาษีตามประมวลรัษฎากรแต่ประการใดไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2561

โจทก์ได้ส่งมอบเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงที่โจทก์อ้างว่าเสียหายให้แก่บริษัท ท. โดยมีการชำระราคาและออกใบกำกับภาษีแล้ว ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเกิดขึ้นแล้ว หากต่อมาเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงดังกล่าวเกิดความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8942/2560

การขายสินค้าถ้ามีการส่งมอบสินค้าพร้อมออกใบกำกับภาษี ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มย่อมเกิดขึ้นโดยไม่คำนึงว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือไม่ ส่วนการให้บริการถ้ามีการออกใบกำกับภาษีพร้อมชำระค่าบริการ ควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4496/2555

ข้อจำกัดในอำนาจฟ้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 8 ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องอุทธรณ์การประเมิน ซึ่งในคดีนี้ แม้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 บัญญัติให้ต้องอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6477/2554

จำเลยที่ 1 ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไรจากการให้บริการทำธุรกรรมทางด้านการเงินและรับฝากเงิน เงินที่จำเลยที่ 1 รับฝากไว้จากโจทก์ จำเลยที่ 1 สามารถที่จะนำเงินออกไปใช้แสวงหาประโยชน์อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้