Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8477/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีก่อนจำเลยฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามใบขนสินค้าขาเข้าพิพาททั้ง 7 ฉบับ และศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงในใบสินค้าขาเข้าพิพาทไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดและพิพากษาให้ยกคำขอดังกล่าว จำเลยมิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางในส่วนคำขอดังกล่าวจึงเป็นที่สุดและมีผลผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 และมาตรา 147 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 ในคดีนี้จึงต้องฟังว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้วดังนี้ แม้ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจะวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าพิพาทเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ก็ไม่มีผลกระทบถึงคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางในคดีก่อนที่ให้ยกคำขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ซึ่งถึงที่สุดแล้วได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลภาษีอากรกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขดำที่ 190-196/2548 คดีหมายเลขแดงที่ 67-73/2549 ของศาลภาษีอากรกลางแต่คดีทั้งเจ็ดสำนวนดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางคงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มจำนน 7 ฉบับ เพื่อนำเข้าสินค้าวาล์ว ส่วนประกอบของเครื่องสูบและเครื่องสูบที่ใช้กำลังไฮดรอลิก ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ และท่อเหล็กที่มีหน้าตัดเป็นรูปวงกลม เข้ามาในราชอาณาจักรโดยทางเรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ประเมินและสั่งเพิ่มราคาสินค้าบางรายการแล้วพอใจบัญชีราคาสินค้าโดยเข้าใจว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดจึงตรวจปล่อยสินค้าให้จำเลยรับไปต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 มีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยมีสิ่งของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นสถานประกอบการของจำเลย และยึดเอกสารทางการค้าเกี่ยวกับการนำเข้ามาตรวจสอบผลการตรวจสอบปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าที่นำเข้าเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร โดยราคาที่แท้จริงของสินค้าตามบัญชีราคาสินค้าที่ตรวจค้นพบสูงกว่าราคาที่จำเลยสำแดงไว้ในบัญชีราคาสินค้าที่ใช้ยื่นประกอบใบขนสินค้าขาเข้าทั้ง 7 ฉบับ โดยจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงรวมทั้งสิ้น 2,518,459.12 บาท

คิดเป็นอากรขาเข้า 307,752 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 197,834 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 505,586 บาท โจทก์ที่ 1 มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยเพื่อให้ทำความตกลงแต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์ที่ 1 จึงได้แจ้งการประเมินให้จำเลยชำระค่าภาษีอากรที่ขาด พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ จำเลยไม่ชำระค่าภาษีอากรตามการประเมินและมิได้อุทธรณ์การประเมินในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ยืนราคาประเมินตามหลักฐานที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ใช้ในการประเมิน จำเลยต้องรับผิดชำระอากรขาเข้าที่ชำระขาดและภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมทั้งเงินและเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 89 (3) และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มคำนวณนับแต่วันตรวจปล่อยจนถึงวันฟ้อง

ต้องไม่เกินจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระขาด ขอให้บังคับจำเลยชำระอากรขาเข้า 307,752 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 197,834 บาท เงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม 197,834 บาท เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม 197,834 บาท รวมทั้งสิ้น 901,254 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การว่า จำเลยชำระค่าภาษีอากรตามใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มตามคำฟ้องถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายประเมินภาษีอากรของโจทก์ที่ 1 ได้ประเมินภาษีอากรโดยพิจารณาจากราคาสินค้าที่จำเลยซื้อจากต่างประเทศและนำเข้ามาซึ่งได้สำแดงราคาไว้และกำหนดให้จำเลยชำระค่าภาษีอากร จำเลยได้ชำระค่าภาษีอากรให้แก่โจทก์ที่ 1 ตามที่มีการประเมินครบถ้วนแล้ว และในกรณีที่โจทก์ที่ 1 เรียกให้จำเลยชำระค่าภาษีอากรเพิ่มจำเลยก็ได้ปฏิบัติตาม จำเลยมิได้หลีกเลี่ยงภาษีอากรและสำแดงเท็จ โจทก์ที่ 1 จะนำราคาสินค้าที่นำเข้าของบริษัทคีย์เคมิคัลส์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เปรียบเทียบกับราคาสินค้าที่นำเข้าของจำเลยมากล่าวหาว่าจำเลยหลีกเลี่ยงภาษีอากรและสำแดงเท็จหาได้ไม่

เพราะแต่ละบริษัทมีการทำธุรกิจที่แตกต่างกัน จำเลยเป็นบริษัทที่ขายสินค้าให้แก่ส่วนราชการ มีการแข่งขันสูงจึงต้องต่อรองราคาให้ได้รับส่วนลดมากที่สุดโจทก์ที่ 1 ไม่อาจนำราคาตามบัญชีราคาสินค้าที่ยึดได้มาเปรียบเทียบกับราคาสินค้าที่สำแดงตามใบขนสินค้าขาเข้าเนื่องจากราคาตามบัญชีราคาสินค้าที่ออกไปก่อนนั้นจำเลยยังสามารถเจรจาต่อรองได้ขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตสินค้าและอาจเปลี่ยนแปลงยกเลิกได้ โจทก์ที่ 1 มิได้ตรวจสอบเอกสารการชำระราคาสินค้าของจำเลยแก่ผู้ขายในต่างประเทศว่าราคาสุดท้ายถูกต้องตรงกับบัญชีราคาสินค้าที่จำเลยนำไปสำแดงเพื่อเสียภาษีอากรหรือไม่ การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินอากรขาเข้า 307,752 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 197,834 บาท เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม 197,834 บาท เงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม 197,834 บาท รวมทั้งสิ้น 901,254 บาท แก่โจทก์ทั้งสองให้จำเลยที่ 1 (ที่ถูก จำเลย) ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความให้ 8,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าพิพาทเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด จำเลยไม่ต้องชำระเงินค่าภาษีอากรเพิ่มและเบี้ยปรับนั้น เห็นว่า ในคดีหมายเลขแดงที่ 67-73/2549 ของศาลภาษีอากรกลางที่จำเลยฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามใบขนสินค้าขาเข้าพิพาททั้ง 7 ฉบับ นี้ เมื่อศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าพิพาทไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดและพิพากษาให้ยกคำขอดังกล่าว จำเลยมิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางในส่วนคำขอดังกล่าวจึงเป็นที่สุดและมีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 และมาตรา 147 วรรคสอง

ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 และต้องฟังว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว ดังนี้ แม้ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจะวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าพิพาทเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ก็ไม่มีผลกระทบถึงคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางที่ให้ยกคำขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ซึ่งถึงที่สุดแล้วได้ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · องอาจ โรจนสุพจน์ · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้