Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8467/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความรับผิดของจำเลยเกิดจากที่ดินที่จำเลยขายให้แก่โจทก์ถูกรอนสิทธิ หาใช่เพราะจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ อันจะอ้างอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 มาปรับใช้หาได้ไม่ ซึ่งอายุความในเรื่องการรอนสิทธิมีบัญญัติไว้ในมาตรา 481 เฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อได้ประนีประนอมยอมความกับบุคคลภายนอก หรือยอมตามที่บุคคลภายนอกเรียกร้อง เมื่อที่ดินถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จึงไม่เข้าบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความทั่วไปตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 193/30 มีกำหนดสิบปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าที่ดิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องความรับผิดในการรอนสิทธินั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 479 บัญญัติว่า ถ้าทรัพย์สินซึ่งซื้อขายกันหลุดไปจากผู้ซื้อทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเพราะเหตุการณ์รอนสิทธิก็ดี หรือว่าทรัพย์สินนั้นตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งเป็นเหตุให้เสื่อมราคา หรือเสื่อมความเหมาะสมแก่การที่จะใช้ หรือเสื่อมความสะดวกในการใช้สอย หรือเสื่อมประโยชน์อันจะพึงได้แต่ทรัพย์สินนั้น และซึ่งผู้ซื้อหาได้รู้ในเวลาซื้อขายไม่ก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าที่ดินที่จำเลยขายให้แก่โจทก์ต้องหลุดไปจากโจทก์ผู้ซื้อทั้งหมดเพราะอธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เนื่องจากการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของที่ดินแปลงดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อันเป็นการรอนสิทธิของโจทก์ในอันที่จะครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น ซึ่งโจทก์ผู้ซื้อหาได้รู้ในเวลาที่ซื้อขายกับจำเลยไม่ ดังนั้น จำเลยผู้ขายจึงต้องรับผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ฉะนั้น แม้จะได้ความตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยได้ที่ดินมาโดยสุจริตเสียค่าตอบแทน และการซื้อขายกระทำที่สำนักงานที่ดินโดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้จำเลยพ้นความรับผิดไปได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ความรับผิดของจำเลยในเรื่องนี้เกิดจากทรัพย์คือที่ดินที่จำเลยขายให้แก่โจทก์ถูกรอนสิทธิจนทำให้ที่ดินหลุดไปจากโจทก์ผู้ซื้อทั้งหมด หาใช่เพราะจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์อันจะอ้างอายุความตาม มาตรา 448 มาปรับใช้หาได้ไม่ ซึ่งอายุความในเรื่องการรอนสิทธิที่บัญญัติไว้ในมาตรา 481 มีเฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อฟ้องหรือถูกฟ้องคดีได้ประนีประนอมยอมความกับบุคคลภายนอก หรือยอมตามที่บุคคลภายนอกเรียกร้องเท่านั้น

เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า ที่ดินที่จำเลยขายให้แก่โจทก์ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน จึงไม่เข้าบทบัญญัติมาตราดังกล่าว และเมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องใช้อายุความทั่วไปตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 193/30 ซึ่งมีกำหนดสิบปี และการนับอายุความเป็นไปตามบทบัญญัติของมาตรา 193/12 ที่ว่าอายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ซึ่งการรอนสิทธิที่ดินที่จำเลยขายให้แก่โจทก์เกิดขึ้นเมื่ออธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2548 อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป เมื่อนับถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งโจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน 10 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · สุทธินันท์ เสียมสกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายสมพร ศรีกฤษณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายพูนศักดิ์ จงกลนี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.35/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1997/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ122/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้