Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8460/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับรถยนต์บรรทุกชนกับรถยนต์บรรทุกของโจทก์ซึ่ง ป. เป็นผู้ขับเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสียหายและ ป. ได้รับบาดเจ็บ ป. รู้ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์ตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว โจทก์เป็นภริยาของ ป. และอยู่บ้านเดียวกันเชื่อได้ว่าโจทก์จะต้องรู้ว่าจำเลยเป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์อย่างช้าก็ในช่วงที่ ป. รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อนับถึงวันฟ้องเป็นเวลา 1 ปี 1 เดือนเศษ จึงต้องฟังว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้1 ปีเศษแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง เหตุที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเพราะเหตุที่ลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องโดยชำระหนี้ให้บางส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(1) ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้กระทำต่อเจ้าหนี้ การที่จำเลยนำค่ารักษาพยาบาลไปชำระให้แก่ ป. เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อ ป. และเมื่อมิใช่หนี้ที่จำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์ จึงหาทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา 193/14(1) ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน บ - 3244 ราชบุรี เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 จำเลยขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน80 - 6932 ประจวบคีรีขันธ์ แซงรถยนต์คันอื่นข้างหน้าล้ำเข้าไปในช่องเดินรถที่นายประวุฒิ นิลรัศมีเวทย์ สามีโจทก์เป็นผู้ขับ แล้วเกิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของโจทก์ทำให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายและสามีโจทก์ได้รับบาดเจ็บขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 202,820 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของนายประวุฒิ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า มูลละเมิดเกิดวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 แต่โจทก์ฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายในวันที่ 22 ธันวาคม 2538 โดยมิได้นำสืบให้ได้ความว่า โจทก์รู้ถึงการละเมิดและผู้ที่จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อใด คดีโจทก์จึงขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน2537 จำเลยขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80 - 6932 ประจวบคีรีขันธ์ ชนกับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน บ - 3244 ราชบุรี ของโจทก์ที่มีนายประวุฒิ นิลรัศมีเวทย์ ซึ่งเป็นสามีของโจทก์เป็นผู้ขับ เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ดังกล่าวเสียหายและนายประวุฒิได้รับบาดเจ็บมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของโจทก์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีพยานที่เบิกความเกี่ยวกับเหตุที่รถยนต์ของโจทก์ที่นายประวุฒิขับชนกับรถยนต์ที่จำเลยขับเพียงคนเดียวคือนายประวุฒิ โดยนายประวุฒิเบิกความว่า เมื่อเกิดเหตุแล้วพยานไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปากท่อ 6 วัน

หลังจากออกจากโรงพยาบาล จำเลยไปติดต่อและเจรจากับพยานจะออกค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถยนต์ของโจทก์ ต่อมาวันที่ 24 ธันวาคม 2537 จำเลยนำค่ารักษาพยาบาล 9,000 บาท มาให้แก่พยาน และจะชดใช้ค่าซ่อมรถยนต์ของโจทก์ในวันที่ 28 ธันวาคม 2537 แต่เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่นำค่าซ่อมรถยนต์มาให้ทั้งได้เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า หลังเกิดเหตุ จำเลยลงจากรถไปคุยกับพยาน ตามคำเบิกความของนายประวุฒิดังกล่าวแสดงว่า นายประวุฒิรู้ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์ตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว ส่วนโจทก์จะรู้ว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์เมื่อใดนั้น นายประวุฒิมิได้เบิกความถึง ทั้งโจทก์ก็มิได้มาเบิกความเป็นพยานโจทก์ เมื่อโจทก์เป็นภริยาของนายประวุฒิและอยู่บ้านเดียวกัน จึงเชื่อได้ว่าโจทก์จะต้องรู้ว่าจำเลยเป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์อย่างช้าก็ในช่วงที่นายประวุฒิรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งนับถึงวันฟ้องเป็นเวลา 1 ปี 1 เดือนเศษ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า

โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ 1 ปีเศษแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยตกลงกับนายประวุฒิว่าจะชดใช้ค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถยนต์ให้ และในวันที่ 24 ธันวาคม 2537 จำเลยนำค่ารักษาพยาบาล 9,000 บาท ไปชำระให้แก่นายประวุฒิ เงินจำนวนนี้เป็นค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ออกให้นายประวุฒิจึงเป็นเงินของโจทก์ อายุความย่อมสะดุดหยุดลงในวันดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีในวันที่ 22 ธันวาคม 2538 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า เหตุที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเพราะเหตุที่ลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องโดยชำระหนี้ให้บางส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(1) ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้กระทำต่อเจ้าหนี้ แต่กรณีตามฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อนายประวุฒิและมิใช่หนี้ที่จำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์จึงหาทำให้อายุความสะดุดหยุดลงไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้