Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8444/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 100 เจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ค่าดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยได้ถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด แต่กรณีของเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้เงินเพิ่มภาษีอากรจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการนั้น เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตาม พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2)ฯ ประกอบด้วย ซึ่งมาตรา 5 บัญญัติว่า "นับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยอันเกิดจากหนี้ที่บริษัทที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามมาตรา 30 ได้ก่อขึ้นมิให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้" เมื่อลูกหนี้เป็นสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตาม พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงินฯ มาตรา 30 แม้มูลหนี้ค่าภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้จะมิใช่หนี้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจตามปกติของลูกหนี้ แต่ก็เป็นหนี้อันเนื่องมาจากลูกหนี้มิได้ปฏิบัติตามกฎหมาย คือจ่ายเงินได้พึงประเมินโดยมิได้หักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วนตาม ป.รัษฎากรฯ ถือได้ว่าเป็นหนี้ที่ลูกหนี้ได้ก่อขึ้นตามความในมาตรา 5 ดังกล่าว แต่บทบัญญัติมาตรา 5 นี้คงมีผลใช้บังคับแก่บรรดาเจ้าหนี้ที่ใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการที่คณะกรรมการ ปรส. ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงินฯ เท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการดังกล่าว ดังนั้น บทบัญญัติมาตรา 5 ข้างต้นจึงไม่มีผลบังคับแก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินเพิ่มจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ชำระบัญชีร้องขอให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พารา จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ล้มละลาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2544 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มจำนวน 1,483,896.74 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ค่าภาษีอากรเป็นเงินจำนวน 573,606.79 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130 (7) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จากหนี้ค่าภาษีอากรปี 2540 และปี 2541 นับแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2541 จนถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2544 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า บริษัทลูกหนี้เป็นสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจกรรมตามคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2540 และวันที่ 5 สิงหาคม 2540 และคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการแทนลูกหนี้ต่อมามีการขายทรัพย์สินและชำระบัญชีของลูกหนี้เนื่องจากไม่อาจดำเนินการต่อไปได้ และผู้ชำระบัญชีได้ยื่นคำร้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2544 เจ้าหนี้จึงขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มจำนวน 1,483,896.74 บาท ตามมาตรา 3 เตรส, 50, 52 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งในรอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม 2540 ถึง 31 ธันวาคม 2540 และ 1 มกราคม 2541 ถึง 31 ธันวาคม 2541 ลูกหนี้มีรายจ่ายประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (6) (8)

แห่งประมวลรัษฎากรประจำปี 2540 จำนวน 1,564,206.52 บาท ประจำปี 2540 จำนวน 90,594.01 บาท จำนวนเงิน 1,654,800.53 บาท พร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินภาษีนับแต่เมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2544 เป็นเงินเพิ่มค่าภาษีอากรประจำปี 2540 จำนวน 986,636.40 บาท และประจำปี 2541 จำนวน 42,346.50 บาท รวมเป็นเงิน 1,028,982.90 บาท ร่วมค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มเป็นเงินทั้งสิ้น 2,683,783.43 บาท เมื่อหักกลบลบหนี้กับเงินค่าภาษีที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับคืนจำนวน 1,199,886.69 บาท แล้วลูกหนี้ยังคงค้างภาษีและเงินเพิ่มประจำปี 2540 และปี 2541 เป็นเงินรวม 1,483,896.74 บาท โดยในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังข้อเท็จจริงว่า ลูกหนี้ค้างชำระภาษีประจำปี 2540 และปี 2541 เป็นเงินรวม 1,654,800.53 บาท พร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีนับแต่เมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2541 เป็นเงินเพิ่มค่าภาษีอากรประจำปี 2540 จำนวน 118,501.70 บาท และประจำปี 2541 จำนวน 191.25 บาท เป็นเงินเพิ่มรวม 118,692.95 บาท รวมเป็นเงินค่าภาษีและเงินเพิ่มทั้งสิ้นจำนวน 1,773,493.48 บาท เมื่อหักกลบลบหนี้กับเงินค่าภาษีที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับคืนจากเจ้าหนี้จำนวน 1,199,886.69 บาท แล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนวน 573,606.79 บาท ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในส่วนของเงินเพิ่มถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2541 ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยเห็นว่านับแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2541 อันเป็นวันที่พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2)

พ.ศ.2541 มาตรา 5 มีผลใช้บังคับเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินเพิ่มอีกต่อไป แต่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระเงินเพิ่มจนถึงวันพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินเพิ่มจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 100 บัญญัติว่า "ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้นไม่ได้ถือว่าเป็นหนี้ที่ขอรับชำระได้" ซึ่งหมายความว่าเจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ค่าดอกเบี้ยหรืองเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยได้ถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด แต่กรณีของเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้เงินเพิ่มภาษีอากรจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินการนั้น เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงินนั้น (ฉบับที่ 2)

พ.ศ.2541 ประกอบด้วย ซึ่งมาตรา 5 บัญญัติว่า "นับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยอันเกิดจากหนี้ที่บริษัทที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามมาตรา 30 ได้ก่อขึ้นมิให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้" คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า ก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ลูกหนี้เป็นสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540 มาตรา 30 แม้มูลหนี้ค่าภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้จะมิใช่หนี้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจตามปกติของลูกหนี้ แต่ก็เป็นหนี้อันเนื่องมาจากลูกหนี้มิได้ปฏิบัติตามกฎหมาย คือจ่ายเงินได้พึงประเมินโดยมิได้หักภาษีเงินได้ไว้

ณ ที่จ่าย และนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลรัษฎากร ถือได้ว่าเป็นหนี้ที่ลูกหนี้ได้ก่อขึ้นตามความในมาตรา 5 ดังกล่าว แต่บทบัญญัติมาตรา 5 นี้คงมีผลใช้บังคับแก่บรรดาเจ้าหนี้ที่ใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการที่คณะกรรมการ ปรส. ได้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 30 แห่งพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540 เท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการดังกล่าว ดังนั้น บทบัญญัติมาตรา 5 ข้างต้น จึงไม่มีผลบังคับแก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินเพิ่มจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรวัตร อิศราภรณ์ · สมชาย พงษธา · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้