Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การหักกลบลบหนี้นั้น แม้จำเลยจะแสดงเจตนาไปฝ่ายเดียวก็เป็นอันหักกลบลบหนี้กันได้จำเลยเป็นหนี้เงินกู้โจทก์ กำหนดชำระภายในวันที่ 1 เมษายน 2497 และโจทก์เป็นหนี้ค่าจ้างว่าความจำเลยอยู่สองคดี คดีแรกคดีถึงที่สุดใน พ.ศ.2501 คดีที่สองคดีถึงที่สุดใน พ.ศ.2504 ดังนี้ จำเลยย่อมอยู่ในฐานะที่อาจหักกลบลบหนี้ได้แม้จำเลยจะได้แสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ไปยังโจทก์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2505 ซึ่งสิทธิเรียกร้องชำระหนี้ค่าจ้างว่าความของจำเลยขาดอายุความแล้วก็ตาม แต่สิทธิในการหักกลบลบหนี้ของจำเลยย่อมมีผลใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 และการแสดงเจตนาของจำเลยดังกล่าวก็มีผลย้อนหลังขึ้นไปจนถึงเวลาซึ่งหนี้ทั้งสองฝ่ายนั้นจะอาจหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 342 วรรค 2 กล่าวคือ หนี้ค่าจ้างว่าความคดีแรกย้อนไปถึง พ.ศ.2501 หนี้ค่าจ้างว่าความคดีที่สอง ย้อนไปถึง พ.ศ.2504 ซึ่งสิทธิเรียกร้องของจำเลยยังไม่ขาด จึงหักกลบลบกันกับหนี้เงินกู้ของโจทก์หมดสิ้นแล้ว ไม่มีหนี้ที่โจทก์จะนำมาฟ้องได้อีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป 3,000 บาท คิดดอกเบี้ยให้ชั่งละ 1 บาทต่อเดือน กำหนดชำระต้นเงินคืนภายในวันที่ 1 เมษายน 2497 ตั้งแต่กู้ไปจำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์เลย โจทก์ทวงถามก็ไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทำสัญญากู้เงิน 3,000 บาท ให้โจทก์จริง โจทก์เป็นลูกความประจำของจำเลย จำเลยว่าความให้โจทก์รวม 19 สำนวน ค่าจ้างที่ตกลงกันทั้งหมด 31,000 บาท โจทก์ยังไม่ได้ชำระค่าจ้างว่าความ 12,000 บาท และค่าพาหนะเดินทาง ค่าอาหารในการที่จำเลยไปว่าความต่างจังหวัดอีก 1,000 บาท จำเลยได้ทวงถามแล้วและได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าเงินที่จำเลยเอามาจากโจทก์เท่าใดให้หักกลบลบหนี้กันเสีย ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือลงวันที่ 22 กันยายน 2505 แสดงเจตนาหักกลบลบหนี้เงินกู้ 3,000 บาทนั้นอีกส่วนที่เหลือให้โจทก์ชำระให้จำเลยภายใน 10 วัน หนี้ดังกล่าวจึงหลุดพ้นไปหมดสิ้นแล้ว ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ชำระค่าจ้างว่าความ 12,000 บาท กับค่าพาหนะเดินทางและค่าอาหารรวม 1,000 บาทแก่จำเลย

เดิมศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้งและงดสืบพยานโจทก์จำเลยพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาโดยศาลฎีกาพิพากษากลับให้รับฟ้องแย้งไว้พิจารณาและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้ชำระค่าจ้างว่าความกับค่าพาหนะเดินทางและค่าอาหารให้จำเลยเสร็จไปแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิจะเรียกร้องและนำมาหักกลบลบหนี้กับโจทก์ คดีของจำเลยขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ชำระค่าจ้างว่าความให้จำเลยเสร็จสิ้นไปแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวม 5,625 บาทให้โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 3,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องแย้งจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ยังเป็นหนี้ค่าจ้างว่าความ ค่าพาหนะเดินทางและค่าอาหารตามฟ้องแย้ง จำเลยได้แสดงเจตนาหักกลบลบหนี้กับโจทก์หมดสิ้นแล้ว แต่หนี้ตามฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความแล้ว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นให้ยกฟ้องโจทก์ด้วย คำขอตามฟ้องแย้งนอกจากที่จำเลยขอหักกลบลบหนี้จำนวน 3,000 บาทและดอกเบี้ยให้ยกเสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่า โจทก์เป็นหนี้ค่าจ้างว่าความกับค่าอาหารและค่าพาหนะเดินทางจำเลยจริง และเห็นว่าการหักกลบลบหนี้แม้จำเลยจะแสดงเจตนาไปฝ่ายเดียว ก็เป็นอันหักกลบลบหนี้กันได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยขาดอายุความแล้วจะนำมาหักกลบลบหนี้กันไม่ได้นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้ว่าความให้โจทก์รวม 19 คดี ตามบัญชีท้ายคำให้การของจำเลย กำหนดการชำระค่าจ้างว่าความกันนี้ น่าเชื่อตามข้อนำสืบของจำเลยว่าโจทก์จะชำระกันเมื่อคดีนั้นได้ระงับข้อพิพาท ตามยอดบัญชีนี้คงมีคดีอันดับ 11 และ 15 เท่านั้นที่ถือได้ว่าสิ้นสุดยุติเป็นที่แน่นอนแล้วใน พ.ศ. 2501 และ 2504 อันอยู่ในฐานะที่จำเลยจะใช้หักกลบลบหนี้ได้รวม 5,500 บาท

แม้จำเลยจะได้แสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ไปยังโจทก์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2505 ตามเอกสาร ล.19 ซึ่งสิทธิเรียกร้องชำระหนี้ค่าจ้างว่าความของจำเลยขาดอายุความแล้วก็ตามแต่สิทธิในการหักกลบลบหนี้ของจำเลยย่อมมีผลใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 และการแสดงเจตนาของจำเลยดังกล่าวก็มีผลย้อนหลังขึ้นไปจนถึงเวลาซึ่งหนี้ทั้งสองฝ่ายนั้นจะอาจหักกลบลบกันได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 342 วรรค 2 คือ ในกรณีหนี้ค่าจ้างว่าความอันดับที่ 11 ย้อนไปถึง พ.ศ. 2501 คดีอันดับที่ 15 ย้อนไปถึง พ.ศ. 2504 ซึ่งสิทธิเรียกร้องหักกลบลบหนี้ของจำเลยยังไม่ขาด จึงหักกลบลบกันได้กับหนี้เงินกู้ของโจทก์หมดสิ้นแล้ว ไม่มีหนี้ที่โจทก์จะนำมาฟ้องอีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุณะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้