คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยแก้ตำแหน่งที่ดินระวาง 18 ต.3 อ. รายการบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ทางทิศตะวันตกของที่ดินโฉนดเลขที่ 34466 (ที่ถูก 14466) ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นจดที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 94 หมู่ที่ 4 ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย 1,000 บาท
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายอินทร์ ก่อนตายนายอินทร์แจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 94 หมู่ที่ 4 ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 1 งาน 20 ตารางวา ตามสำเนาแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ต่อมามีการแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 815 ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ออกเป็นที่ดิน 2 แปลง ที่ดินแปลงที่แบ่งแยกออกมาคือที่ดินโฉนดเลขที่ 14466 ตำบลทับคาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นของนางสาวปทุม ตามสำเนาโฉนดที่ดิน แต่รูปแผนที่ในโฉนดที่ดินดังกล่าวด้านทิศตะวันตกระบุว่า จดบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ โจทก์โต้แย้งว่า ที่ถูกแล้วจดที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 94 ของนายอินทร์ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า
โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ออกโดยทางราชการเมื่อปี 2498 ยังอยู่กับทางราชการ และยังมิได้ถูกเพิกถอน ส่วนหลักฐานที่จำเลยอ้างว่ามีการยกที่ดินให้เป็นสาธารณประโยชน์ไม่มีที่มา การนำที่ดินตามไปขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะจึงเป็นการมิชอบ และการลงรายการที่พิพาทเป็นบ่อน้ำสาธารณประโยชน์เป็นการรอนสิทธิของโจทก์โจทก์เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินของนางสาวปทุมกับที่ดินของนายอินทร์อยู่ติดกันโดยที่ดินของนางสาวปทุมทางด้านทิศตะวันตกติดที่ดินของนายอินทร์ ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้แก่นางสาวปทุมและระบุรูปแผนที่ที่ดินของนางสาวปทุมว่าทางด้านทิศตะวันตกติดบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายอินทร์และมีส่วนได้เสียในที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 94 ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขอรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินได้ แต่ปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่า โจทก์ไปขอตรวจสอบตำแหน่งที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 94 ต่อสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี และโจทก์ก็เบิกความตอบทนายโจทก์รับว่า โจทก์ยังไม่เคยไปยื่นคำขอรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินในที่ดิน
ส.ค.1 เลขที่ 94 ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ทั้งการขอแบ่งแยกโฉนดที่ดินของนางสาวปทุมก็เป็นเรื่องการแบ่งแยกโฉนดที่ดินในที่ดินของนางสาวปทุมเองโดยเฉพาะ แม้การระบุอาณาเขตที่ดินในโฉนดที่ดินที่แบ่งแยกออกมาจะคลาดเคลื่อนไป ก็ไม่มีผลโดยตรงต่อที่ดินของนายอินทร์ กล่าวคือ มิได้ออกโฉนดที่ดินรุกล้ำทับที่ดินของนายอินทร์หรือกระทำการอันมีลักษณะเป็นการรบกวนครอบครองหรือแย่งสิทธิครอบครองที่ดินของนายอินทร์ สิทธิครอบครองที่ดินของนายอินทร์ (หากมี) จะมีอยู่อย่างไรก็คงมีอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปพิสูจน์สิทธิครอบครองต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการขอออกโฉนดที่ดินของนายอินทร์ หากโจทก์ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกับเจ้าพนักงานที่ดิน การออกโฉนดที่ดินให้นางสาวปทุมตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้อง ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,000 บาท แทนจำเลย.