Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8381/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้ร้องว่าจ้างบริษัทรับเหมาภายนอกดำเนินการจัดหาพนักงานขับรถเพื่อทำหน้าที่แทนพนักงานขับรถของผู้ร้องเป็นเรื่องการบริหารจัดการซึ่งผู้ร้องในฐานะผู้ประกอบการย่อมมีอำนาจที่จะกระทำได้เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ร้อง ส่วนการว่าจ้างบริษัทรับเหมาภายนอกดำเนินการจัดหาคนมาทำงานแทนลูกจ้างตำแหน่งใด นายจ้างหาจำต้องประกาศยกเลิกตำแหน่งนั้นเสียก่อนแล้วจึงจะสามารถกระทำได้ไม่ ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านไปแล้ว ต่อมาคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้ผู้ร้องรับผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ไม่ต่ำกว่าเดิม มิได้มีคำสั่งให้ผู้ร้องรับผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องทำสัญญาจ้างผู้คัดค้านเฉพาะตำแหน่งพนักงานขับรถ ผู้ร้องในฐานะนายจ้างมีอำนาจให้ลูกจ้างทำงานในตำแหน่งอื่นได้ เมื่อผู้ร้องมีนโยบายว่าจ้างบริษัทรับเหมาภายนอกหาคนมาทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถแล้ว การให้ผู้คัดค้านทำงานในแผนกโลจิสติคส์หรือฝ่ายผลิตย่อมกระทำได้หากสภาพการจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม หาใช่ว่าหากผู้คัดค้านไม่สมัครใจแล้วผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจสั่งได้ตามที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ มูลเหตุที่ผู้ร้องประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถประจำก็เพื่อให้ผู้คัดค้านเห็นว่าต่อไปไม่มีตำแหน่งงานที่ผู้คัดค้านประสงค์จะทำต่อไปแล้วและยินยอมเข้าทำงานในตำแหน่งใหม่เท่านั้น ซึ่งหลังจากผู้ร้องออกคำสั่งดังกล่าวผู้ร้องยังมีหนังสือแจ้งและมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานอีกหลายครั้ง การออกประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถจึงหาใช่เหตุผลที่จะให้สอดคล้องกับคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ผู้คัดค้านอ้างในทำนองว่าผู้ร้องนำเรื่องการไม่มีตำแหน่งพนักงานขับรถมาอ้างเพื่อขออนุญาตศาลเลิกจ้างผู้คัดค้าน ไม่ใช่เป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและฉ้อฉลต่อผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านได้รับค่าจ้างก่อนถูกเลิกจ้างเป็นเงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าอาหารกลางวัน และรายได้อื่น ซึ่งค่าล่วงเวลา ค่าอาหารกลางวัน และรายได้อื่นจะมากน้อยย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของงานแต่ละแผนก เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องลดเงินเดือนผู้คัดค้าน การให้ผู้คัดค้านไปทำงานตำแหน่งใหม่ไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ผู้คัดค้าน การที่ผู้ร้องมีอำนาจสั่งผู้คัดค้านไปทำงานตำแหน่งใหม่ได้และไม่ใช่การกลั่นแกล้งผู้คัดค้าน แต่ผู้คัดค้านไม่ยอมเข้าทำงานตามคำสั่งของผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างรวมเวลากว่า 10 เดือน และตลอดเวลาดังกล่าวผู้คัดค้านเข้าไปยังสถานประกอบการของผู้ร้องทุกวันแต่ไปนั่งในห้องพักพนักงานขับรถอยู่เฉย ๆ นอกจากจะประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างแล้วยังเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกด้วย กรณีจึงมีเหตุสมควรที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนายธนัท ผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทนิสสัน พาวเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ร้อง เลิกจ้างนายธนัท ผู้คัดค้านได้

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า นายธนัท ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างผู้ร้องตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ทำหน้าที่ขับรถให้ผู้บริหารของผู้ร้อง และผู้คัดค้านเป็นกรรมการลูกจ้างด้วย เดิมพนักงานขับรถของผู้ร้องมี 4 ตำแหน่ง รวมทั้งผู้คัดค้าน เมื่อปี 2552 คณะผู้บริหารของผู้ร้องได้ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าหากให้บริษัทภายนอกเข้ามาดำเนินการในการจัดหาพนักงานขับรถมาปฏิบัติหน้าที่แทนพนักงานขับรถของผู้ร้องจะสะดวกต่อการบริหารงานเนื่องจากหากพนักงานขับรถคนใดไม่มาปฏิบัติหน้าที่ในวันใด บริษัทภายนอกก็จะดำเนินการจัดหาพนักงานขับรถมาปฏิบัติหน้าที่แทนได้ อีกทั้งเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ร้อง เนื่องจากให้พนักงานขับรถไปทำงานในหน้าที่อื่นจะได้ผลงานมากกว่าที่ให้ไปขับรถประจำตำแหน่งเพื่อรับส่งผู้บริหารชาวญี่ปุ่นเฉพาะช่วงรับผู้บริหารชาวญี่ปุ่นมาที่ทำการของผู้ร้องและรับกลับเท่านั้น

ส่วนในเวลากลางวันส่วนใหญ่พนักงานขับรถประจำตำแหน่งจะไม่ได้ทำงานอะไรเพียงแต่รอเวลากลับของผู้บริหารชาวญี่ปุ่นที่ตนมีหน้าที่ขับรถให้ และหลักการในการปรับเปลี่ยนหน้าที่ของพนักงานขับรถโดยให้บริษัทภายนอกเข้ามาดำเนินการแทนผู้ร้องจะเริ่มดำเนินการเมื่อผู้บริหารชาวญี่ปุ่นที่มีพนักงานขับรถประจำตำแหน่งเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นก็จะให้พนักงานขับรถประจำตำแหน่งของผู้บริหารดังกล่าวไปทำหน้าที่อื่น และหากมีผู้บริหารชาวญี่ปุ่นเดินทางกลับเข้ามาใหม่ก็จะใช้บริษัทภายนอกมาทำหน้าที่แทนทยอยกันไป ขณะยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้าน เหลือเพียงผู้คัดค้านตำแหน่งเดียวเท่านั้นที่เป็นพนักงานขับรถ ส่วนพนักงานขับรถของผู้ร้องอีก 3 คน

ผู้ร้องได้ให้ไปทำหน้าที่อื่นแทนโดยได้ย้ายไปอยู่แผนกโลจิสติคส์มีหน้าที่จัดชิ้นส่วนเพื่อผลิตเครื่องยนต์และขับรถยกสินค้า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2553 ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งเปลี่ยนตำแหน่งงานของผู้คัดค้านโดยโอนย้ายไปเป็นพนักงานแผนกโลจิสติคส์ ส่วนโลจิสติคส์ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2553 และมีคำสั่งโอนย้ายผู้คัดค้านไปทำงานในแผนกดังกล่าว วันที่ 16 เมษายน 2553 ผู้คัดค้านทำหนังสือคัดค้านการโอนย้ายอ้างว่าเป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้าง งานในแผนกโลจิสติคส์มีหน้าที่จัดชิ้นส่วนส่งเข้าไลน์การผลิตต้องมีความชำนาญ ต้องผ่านการฝึกอบรมความรู้ก่อนเข้าปฏิบัติงาน มีข้อกำหนดคุณสมบัติของพนักงานจะต้องจบการศึกษาในระดับ ปวช. ช่างยนต์ขึ้นไป

มีความรู้ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะที่ใช้เกี่ยวกับงานซึ่งเป็นมาตรฐานแรงงานและต้องทำงานเป็นกะได้ด้วย ผู้คัดค้านจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้งยังไม่มีการยุบแผนกและหน้าที่พนักงานขับรถประจำตำแหน่งและผู้ร้องได้ตกลงจ้างพนักงานใหม่มาทำหน้าที่แทนผู้คัดค้านจึงไม่เป็นธรรมกับผู้คัดค้าน ต่อมาวันที่ 21 เมษายน 2553 ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งผู้คัดค้านว่าผู้ร้องมีนโยบายจะปรับโครงสร้างสายงานโดยยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถประจำทั้งหมดโดยจะรับบริการดังกล่าวจากบริษัทให้บริการพนักงานขับรถภายนอกแทนเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในฝ่ายบริหารและควบคุมประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้ร้องไม่สามารถให้ผู้คัดค้านทำงานในตำแหน่งเดิมอีกต่อไป และต่อมาในวันที่ 29 เมษายน 2553 ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านอ้างว่าผู้คัดค้านไม่ไปทำงานตามคำสั่งโดยจ่ายค่าชดเชย

สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จตามระเบียบของผู้ร้อง และเงินอื่น ๆ ให้ผู้คัดค้านรวม 447,266.21 บาท ผู้คัดค้านยื่นคำร้องกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 อ้างว่าถูกเลิกจ้างในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไต่สวนแล้วมีคำสั่งที่ 171/2553 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2553 ให้ผู้ร้องรับผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ไม่ต่ำกว่าเดิมและจ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายนับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันรับกลับเข้าทำงานตามคำสั่ง ผู้ร้องจึงมีหนังสือลงวันที่ 27 สิงหาคม 2553 เรียกผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในวันที่ 1 กันยายน 2553 ตำแหน่งพนักงานประจำแผนกโลจิสติคส์

ฝ่ายควบคุมการผลิต/โลจิสติคส์ แต่ผู้คัดค้านไม่พอใจในตำแหน่งงานและไม่พร้อมที่จะทำงาน ผู้ร้องจึงเรียกให้ผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถส่วนกลาง บริษัทนิสสันมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ร้องโดยให้เริ่มทำงานในวันที่ 8 กันยายน 2553 วันที่ 20 กันยายน 2553 ผู้ร้องมีคำสั่งเป็นหนังสือถึงผู้คัดค้านให้เข้าปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถส่วนกลางบริษัทนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แต่ผู้คัดค้านไม่ยอมเข้าทำงาน แจ้งว่าค่าจ้างและสวัสดิการไม่ชัดเจน วันที่ 31 มกราคม 2554 ผู้ร้องออกประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถประจำในบริษัทผู้ร้องโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้านไปทำงานในตำแหน่งพนักงานฝ่ายโลจิสติคส์หรือฝ่ายโปรดักชั่นในบริษัทผู้ร้อง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้คัดค้านติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลของผู้ร้องภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 หากไม่มาติดต่อจะถือว่าผู้คัดค้านไม่ประสงค์ที่จะทำงานกับผู้ร้อง วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งรายงานตัวต่อผู้ร้องโดยยืนยันจะทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมตามคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้ร้องแจ้งให้ผู้คัดค้านเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานแผนกโลจิสติคส์ โดยให้รายงานตัวภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้คัดค้านมีหนังสือลงวันที่ 1 มีนาคม 2554 แจ้งผู้ร้องยืนยันที่จะทำงานในตำแหน่งเดิม วันที่ 7 มีนาคม 2554 ผู้ร้องมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเข้าทำงานในแผนกโลจิสติคส์ภายในวันที่ 10 มีนาคม 2554 และในวันที่ 10 มีนาคม 2554 ผู้คัดค้านเข้ารายงานตัวที่แผนกโลจิสติคส์ นับแต่ผู้ร้องแจ้งให้ผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ผู้คัดค้านก็ไม่ได้ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ผู้คัดค้านเข้าไปในที่ทำงานของผู้ร้องทุกวันโดยไปนั่งที่ห้องของพนักงานขับรถและไม่ได้ทำหน้าที่อื่น ผู้คัดค้านทำงานขับรถประจำตำแหน่งมีรายได้ประมาณเดือนละ 50,000 บาท แต่ถ้าทำงานในแผนกโลจิสติคส์จะมีรายได้ประมาณเดือนละ 30,000 บาท คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านเพียงประการเดียวว่า คำสั่งศาลแรงงานกลางชอบหรือไม่ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ร้องประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถ ภายหลังคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งที่ 171/2553 นานถึง 8 เดือน เป็นการประกาศยกเลิกเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุผลตามคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่วินิจฉัยว่างานขับรถไม่ได้ถูกยุบ ผู้ร้องจัดหาพนักงานรับเหมาไม่ใช่เนื่องจากการยุบงาน จึงเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและฉ้อฉลต่อผู้คัดค้าน การให้ผู้คัดค้านไปทำงานที่ฝ่ายโลจิสติคส์หรือฝ่ายผลิต ผู้คัดค้านแจ้งผู้ร้องทุกครั้งว่าผู้คัดค้านไม่สมัครใจที่จะทำงานดังกล่าวพร้อมแสดงเหตุผลประกอบ เมื่อผู้คัดค้านไม่ยินยอมผู้ร้องจึงไม่อาจกระทำได้ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 20 และการให้ผู้คัดค้านไปทำงานตำแหน่งใหม่ทำให้ผู้คัดค้านมีรายได้ต่ำกว่าเดิมประมาณเดือนละ 20,000 บาท จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างตามพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย เห็นว่า การที่ผู้ร้องว่าจ้างบริษัทรับเหมาภายนอกดำเนินการจัดหาพนักงานขับรถเพื่อทำหน้าที่แทนพนักงานขับรถของผู้ร้องเป็นเรื่องการบริหารจัดการซึ่งผู้ร้องในฐานะผู้ประกอบการย่อมมีอำนาจที่จะกระทำได้เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ร้องดังที่คณะผู้บริหารของผู้ร้องได้ปรึกษาหารือกันเมื่อปี 2552 ส่วนการว่าจ้างบริษัทรับเหมาภายนอกดำเนินการจัดหาคนมาทำงานแทนลูกจ้างตำแหน่งใด นายจ้างหาจำต้องประกาศยกเลิกตำแหน่งนั้นเสียก่อนแล้วจึงจะสามารถกระทำได้ไม่ มูลเหตุที่ผู้ร้องประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถประจำก็สืบเนื่องมาจากเดิมผู้ร้องมีพนักงานขับรถที่ทำหน้าที่ให้ผู้บริหาร 4 คน เมื่อผู้บริหารชาวญี่ปุ่นเดินทางกลับประเทศผู้ร้องจึงให้พนักงานขับรถประจำ 3 คน ไปทำงานแผนกโลจิสติคส์ คงเหลือตำแหน่งพนักงานขับรถประจำเพียงผู้คัดค้านคนเดียวที่ไม่ยินยอมทำงานตำแหน่งอื่นจนผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านและเมื่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สั่งให้ผู้ร้องรับผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ไม่ต่ำกว่าเดิม โดยผู้ร้องแจ้งให้ผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในวันที่ 1 กันยายน 2553 แต่ผู้คัดค้านไม่ยินยอมจนผู้ร้องมีหนังสือแจ้งและมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานหลายครั้งหลายหนแต่ผู้คัดค้านก็ยังไม่ยินยอม การที่ผู้ร้องออกประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถประจำ ลงวันที่ 31 มกราคม 2554 โดยให้มีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ในขณะที่มีตำแหน่งพนักงานขับรถประจำซึ่งผู้คัดค้านเคยปฏิบัติก่อนถูกเลิกจ้างเพียงตำแหน่งเดียวก็เพื่อให้ผู้คัดค้านเห็นว่าต่อไปไม่มีตำแหน่งงานที่ผู้คัดค้านประสงค์จะทำต่อไปแล้วและยินยอมเข้าทำงานในตำแหน่งใหม่เท่านั้น ซึ่งจะเห็นว่าหลังจากผู้ร้องออกคำสั่งดังกล่าวผู้ร้องยังมีหนังสือแจ้งและมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานอีกหลายครั้ง การประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานขับรถ จึงหาใช่เป็นเหตุผลที่จะให้สอดคล้องกับคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 171/2553 ที่ผู้คัดค้านอ้างในทำนองว่าผู้ร้องนำเรื่องการไม่มีตำแหน่งพนักงานขับรถมาอ้างเพื่อขออนุญาตศาลเลิกจ้างผู้คัดค้าน ดังนั้น การที่ผู้ร้องออกประกาศยกเลิกตำแหน่งงานจึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและฉ้อฉลต่อผู้คัดค้านดังที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้าง ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่าการให้ผู้คัดค้านไปทำงานที่ฝ่ายโลจิสติคส์หรือฝ่ายผลิตจะกระทำได้ ผู้คัดค้านต้องยินยอมเสียก่อนนั้น เห็นว่า ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านไปแล้ว ต่อมาคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้ผู้ร้องรับผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ไม่ต่ำกว่าเดิมมิได้มีคำสั่งให้ผู้ร้องรับผู้คัดค้านกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องทำสัญญาจ้างผู้คัดค้านเฉพาะตำแหน่งพนักงานขับรถ ผู้ร้องในฐานะนายจ้างมีอำนาจให้ลูกจ้างทำงานในตำแหน่งอื่นได้ ขณะนั้นผู้ร้องมีนโยบายว่าจ้างบริษัทรับเหมาภายนอกหาคนมาทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถประจำซึ่งได้วินิจฉัยมาข้างต้นแล้วว่าผู้ร้องสามารถกระทำได้ ดังนี้ การให้ผู้คัดค้านทำงานในแผนกโลจิสติคส์หรือฝ่ายผลิตย่อมกระทำได้หากสภาพการจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมหาใช่ว่าหากผู้คัดค้านไม่สมัครใจแล้วผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจสั่งได้ตามที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ไม่ คดีจึงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปตามที่ผู้คัดค้านอ้างว่า การให้ผู้คัดค้านไปทำงานตำแหน่งใหม่ทำให้สภาพการจ้างต่ำกว่าเดิมหรือไม่ โดยผู้คัดค้านอ้างเรื่องรายได้ว่าขณะที่ผู้คัดค้านทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถมีรายได้ประมาณเดือนละ 50,000 บาท แต่ถ้าไปทำงานตำแหน่งใหม่จะมีรายได้เพียงประมาณเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าเดิมประมาณเดือนละ 20,000 บาท เห็นว่า ผู้คัดค้านได้รับค่าจ้างก่อนถูกเลิกจ้างเดือนละ 22,226 บาท และปรากฏตามหลักฐานการรับเงินรายเดือนของผู้คัดค้านว่า นอกจากเงินเดือนแล้วผู้คัดค้านยังมีรายได้เป็นค่าล่วงเวลา ค่าอาหารกลางวัน และรายได้อื่นอีก ซึ่งค่าล่วงเวลา ค่าอาหารกลางวัน และรายได้อื่นจะได้มากน้อยย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของงานแต่ละแผนก เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องลดเงินเดือนผู้คัดค้าน การให้ผู้คัดค้านไปทำงานตำแหน่งใหม่ไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณกับผู้คัดค้าน ข้ออ้างของผู้คัดค้านข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน เมื่อผู้ร้องมีอำนาจสั่งผู้คัดค้านไปทำงานตำแหน่งใหม่ได้ และไม่ใช่กลั่นแกล้งผู้คัดค้าน การที่ผู้คัดค้านดื้อแพ่งไม่ยอมเข้าทำงานตามคำสั่งของผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างนับแต่วันที่ 1 กันยายน 2553 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2554 อันเป็นวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องเป็นคดีนี้รวมเวลากว่า 10 เดือน และตลอดเวลาดังกล่าวผู้คัดค้านเข้าไปยังสถานประกอบการของผู้ร้องทุกวันแต่ไปนั่งในห้องพักของพนักงานขับรถอยู่เฉย ๆ นอกจากจะประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างแล้ว ยังเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกด้วย กรณีจึงมีเหตุสมควรที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมจิตร์ ทองศรี · วิชัย เอื้ออังคณากุล · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายบัณฑิต แก้วทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.2464/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
สป367/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
สป638/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้