Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8369/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินได้จากการเป็นพิธีกรที่มีบทบาทของการเป็นผู้ดำเนินรายการระคนปนไปกับบทบาทของการเป็นนักแสดงที่จะยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (43) แห่ง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ได้นั้นจะต้องมีบทบาทของการแสดงระคนปนไปถึงระดับเทียบเท่ากับบทบาทการแสดงของนักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพหรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใดๆ และจะต้องมีบทบาทของการแสดงที่มีสัดส่วนมากกว่าการเป็นผู้ดำเนินรายการ สำหรับรายการ M. ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์มีการแสดงถึงระดับเทียบเท่ากับบทบาทของนักแสดง สำหรับรายการ ค. และรายการ พ. และการเป็นพิธีกรเปิดตัวผลิตภัณฑ์ข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ใช้ความสามารถแตกต่างจากการเป็นพิธีกรโดยทั่วไปอย่างไร เงินได้พึงประเมินของโจทก์จากการเป็นพิธีกรรายการดังกล่าวจึงไม่เป็นเงินได้จากการแสดงของนักแสดง โจทก์จึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเงินได้จากการดำเนินรายการบันเทิงคือรายการ MASTER KEY รายการคอนเสิร์ตตะลุยทั่วไทยและรายการพากินพาเที่ยวและค่าบริการในการดำเนินรายการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ ขอให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

จำเลยให้การว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ไม่ถูกต้อง เนื่องจากโจทก์นำเงินได้จากการเป็นพิธีกรรายการ MASTER KEY รายการคอนเสิร์ตตะลุยทั่วไทยรายการพากินพาเที่ยว และค่าบริการเป็นพิธีกรเปิดตัวผลิตภัณฑ์รวมเป็นเงิน 1,126,915.78 บาท มาคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทนักแสดงสาธารณะตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามประมวลรัษฎากรและคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.102/2544 ลงวันที่ 5 มกราคม 2544 และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.128/2546 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2546 คำว่า นักแสดงสาธารณะไม่รวมถึงพิธีกรจึงต้องจัดให้เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยให้นำเงินได้พึงประเมินที่โจทก์ได้รับจากรายการ MASTER KEY จำนวน 825,600 บาท รายการคอนเสิร์ตตะลุยทั่วไทยและรายการพากินพาเที่ยวจำนวน 286,315.78 บาท และค่าบริการจำนวน 15,000 บาท มาหักค่าใช้จ่ายได้ตามมาตรา 40 (8) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า เงินได้พึงประเมินที่โจทก์ได้รับจากการดำเนินรายการ MASTER KEY จำนวน 825,600 บาท รายการคอนเสิร์ตตะลุยทั่วไทยและรายการพากินพาเที่ยวจำนวน 286,315.78 บาท ค่าบริการเป็นพิธีกรเปิดตัวผลิตภัณฑ์จำนวน 15,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,126,915.78 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ เห็นว่า แม้ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (43) แห่งพระราชฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ระบุยอมให้เงินได้จากการแสดงของนักแสดงละครภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใดๆ

สามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้สำหรับเงินได้ส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท ร้อยละ 60 สำหรับเงินได้ส่วนที่เกิน 300,000 บาท ร้อยละ 40 และรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 600,000 บาท โดยไม่ได้ระบุถึงเงินได้จากการเป็นพิธีกรก็ตาม แต่จากทางนำสืบของโจทก์จะเห็นว่า ปัจจุบันบทบาทของพิธีกรโดยเฉพาะการเป็นพิธีกรทางรายการโทรทัศน์ได้เปลี่ยนแปลงไปมิได้จำกัดอยู่แค่การเป็นเพียงผู้ดำเนินรายการเท่านั้นหากแต่มีทั้งบทบาทการเป็นผู้ดำเนินรายการระคนปนไปกับบทบาทของการเป็นนักแสดงอย่างแยกกันไม่ออก แต่อย่างไรก็ตามเงินได้จากการเป็นพิธีกรที่มีบทบาทของการเป็นผู้ดำเนินรายการระคนปนไปกับบทบาทของการเป็นนักแสดงที่จะยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (43)

แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ได้นั้นจะต้องมีบทบาทของการแสดงระคนปนไปถึงระดับเทียบเท่ากับบทบาทการแสดงของนักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใดๆ และจะต้องมีบทบาทของการแสดงที่มีสัดส่วนมากกว่าการเป็นผู้ดำเนินรายการ สำหรับในส่วนเงินได้พึงประเมินของโจทก์จากการเป็นพิธีกรรายการ MASTER KEY นั้น ข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่ามีการแสดงถึงระดับเทียบเท่ากับบทบาทการแสดงของนักแสดงละครภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใดๆ หรือไม่

ทั้งเมื่อพิจารณาจากภาพรวมของรายการที่มีถึงสามช่วงแต่มีการแสดงส่วนนี้เพียงบางส่วนของช่วงที่สองถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับทั้งรายการที่บทบาทหลักของโจทก์เป็นเพียงพิธีกรผู้ดำเนินรายการเพื่อให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของรายการคือการชิงรางวัลของผู้ร่วมรายการเท่านั้น สำหรับรายการคอนเสิร์ตตะลุยทั่วไทยและรายการพากินพาเที่ยวนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่า บทบาทหลักของโจทก์ในรายการทั้งสองรายการดังกล่าวมีหน้าที่เป็นเพียงผู้ดำเนินรายการไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ใช้ความสามารถมากไปกว่าการเป็นพิธีกรโดยทั่วไปอย่างไร ทั้งในส่วนที่โจทก์ร่วมร้องเพลงด้วยก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีอาชีพเป็นนักร้องหรือนักดนตรีที่พอจะถือว่าเป็นการร่วมร้องเพลงด้วยนั้นมีระดับเทียบเท่ากับบทบาทการแสดงของนักร้องหรือนักดนตรี

นอกจากนี้โจทก์ก็ไม่ได้นำสืบถึงเทปรายการโทรทัศน์ทั้งสามรายการดังกล่าวว่า โจทก์มีบทบาทในการดำเนินรายการโดยอาศัยความสามารถทั้งในด้านการแสดง การพูดไหวพริบปฏิภาณในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ความรู้รอบตัวและมีอารมณ์ขันเพื่อสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงในรายละเอียดอย่างไรอันพอจะทำให้เห็นได้ว่าบทบาทการเป็นพิธีกรของโจทก์มีระดับเทียบเท่ากับบทบาทการแสดงของนักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใดๆ ดังที่โจทก์อ้างส่วนการเป็นพิธีกรเปิดตัวผลิตภัณฑ์นั้นข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่า โจทก์เป็นผู้ดำเนินรายการบนเวทีแนะนำและเปิดตัวผลิตภัณฑ์และรับหน้าที่เป็นช่างแต่งหน้าให้นางแบบที่มาร่วมการสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์

ไม่ปรากฏในรายละเอียดว่าโจทก์ใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการเป็นพิธีกรโดยทั่วไปอย่างไร ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่า เงินได้พึงประเมินของโจทก์จากการเป็นพิธีกรรายการดังกล่าวเป็นเงินได้จากการแสดงของนักแสดงละคร ภาพยนตร์วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใดๆ โจทก์จึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้เมื่อโจทก์เป็นเพียงพิธีกรผู้ดำเนินรายการโดยไม่ได้มีการแสดงให้ความบันทึกจึงต้องถือว่าเงินได้พึงประเมินที่โจทก์ได้รับดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการรับทำงานให้ จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาลี ทัพภวิมล · องอาจ โรจนสุพจน์ · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้