Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ นั้นต้องเป็นที่ดินเช่าสำหรับปลูกสร้างเคหะและที่ซึ่งต่อเนื่องเป็นบริเวรของเคหะ เมื่อผู้เช่าที่ดินได้ขายฝากเรือนที่ปลูกสร้างใช้เป็นที่อยู่อาศัยในที่ดินที่เช่านี้และปล่อยให้หลุดตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อฝากไปแล้ว ผู้เช่าก็ไม่ใช่ผู้เช่าซึ่งได้รับหรือรับประโยชน์ในที่ดินเช่าตามความหมายของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ.2489 ม.16 การเช่าที่ดินรายนี้จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผุ้รับโอนที่ดิน (ที่เช่า) รายนี้ย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับผู้เช่าได้ตาม ป.พ.พ. ม.566,569.570.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าที่ดินปลูกเรือนในโฉนดที่ ๒๑๒๘ จากเจ้าของเดิม ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๙๒ จำเลยได้ขายฝากเรือนของจำเลยแก่นางแสนสุข สารสาสเป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาทครบกำหนดไถ่คืน จำเลยไม่ไถ่ ในปี พ.ศ.๒๔๙๔ หลวงศรีสัตยารักษ์กับนางถมยาสุชาติวุฒิได้ซื้อโฉนดเลขที่ ๒๑๒๘ จางเจ้าของเดิมและได้รังวัดแบ่งแยกกันโดยหลวงศรีสัตยารักษ์ได้รับโฉนดที่ ๓๘๗๔ เนื้อที่ ๑๐๙ ตารางวาเศษ ส่วนที่เหลือเป็นของนางถมยา สุชาติวุฒิ ในที่ดินของหลวงศรีสัตยารักษ์ มีเรือนของจำเลยซึ่งขายฝากปลูกอยู่บางส่วน ครั้นเมื่อเดือนธันวาคม ๒๔๙๕ หลวงศรีสัตยารักษ์มอบอำนาจให้โจทก์บอกกล่าวให้นางแสนสุขรื้อเรือนที่ซื้อฝากจากจำเลยไปและมอบอำนาจให้โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ ด้วย โจทก์ได้จัดการให้รับทราบแล้ว นางแสนสุข สารสาสได้ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนที่ขายฝาก แต่ในที่สุดตกลงทำยอมความกันโดยจำเลยยอมไถ่เรือนคืนเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาทภายในกำหนด ๑ เดือนและจำเลยวางเงินต่อศาลไว้แล้ว การที่จำเลยไถ่เรือนคืน เมื่อพ้นกำหนดไถ่ตามสัญญาขายฝากเท่ากับซื้อเรือนคืนมาภายหลังที่หลวงศรีสัตยารักษ์บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จึงไม่มีการเช่าที่ดินต่อกัน ต่อมาเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๗ โจทก์กับนายอาวุธ ทับสายทอง นายสุเทพ ชูเชื้อได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๗๔ จากหลวงศรีสัตยารักษ์โดยทำนิติกรรมและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดินตาม ก.ม. โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยเพิกเฉยเสีย ขืนอยู่ในที่ดินของโจทก์ โดยละเมิดทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์ที่ควรได้เดือนละ ๑๕๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับขับไล่จำเลยและบริวารกับให้จำเลยรื้อเรือนไปจากที่ดินโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะรื้อเรือนเสร็จเดือนละ ๑๕๐ บาท

จำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ทำสัญญาเช่าที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องเพื่อปลูกบ้านอาศัยตั้งแต่ พงศ.๒๔๘๙ ได้เสียค่าเช่าตลอดมา แม้โจทก์จะรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายนี้ การเช่าย่อมติดมายังผู้รับโอนด้วยจำเลยมีสิทธิเช่าที่ดินรายนี้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยรื้อเรือนไปและโจทก์ไม่เสียหายอย่างไร ศาลแพ่งพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อเรือนของจำเลยส่วนที่เหลื่อมล้ำออกไปและขับไล่จำเลยกับบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๕ บาทนับแต่เดือนสิงหาคม ๒๔๙๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ศาลฎีกาได้ฟังโจทก์และทนายจำเลยแถลงการณ์ด้วยวาจาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้วคดีคงมีปัญหาว่าจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ต้องเป็นที่ดินที่เช่าสำหรับปลูกสร้างเคหะ คือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยในที่ดินที่เขา++และปล่อยให้หลุดตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนางแสนสุข สารสาทแล้ว จำเลยก็ไม่ใช่ผู้เช่าซึ่งได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในที่ดินที่เช่าตามความหมายของ ม.๑๖ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ.๒๔๘๙ การเช่าที่ดินรายนี้จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ หลวงศรีสัตยารักษ์ผู้รับโอนที่ดินรายนี้ย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับจำเลยได้ตาม ป.พ.พ. ม.๕๖๖,๕๖๙,๕๗๐ หลวงศรีสัตยารักษ์ได้บอกเลิกการเช่าจำเลยโดยชอบแล้ว สิทธิของจำเลยตามสัญญาเช่าจึงระงับสิ้นไป

การที่จำเลยไปรับซื้อเรือนคืนมาจากนางแสนสุข สารสาร ภายหลังที่เลยกำหนดไถ่ และภายหลังที่หลวงศรีสัตยารักษ์บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้วไม่ทำให้จำเลยได้สิทธิในการเช่ามาในการซื้อที่ดินคืน โจทก์ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายนี้มาจากหลวงศรีสัตยารักษ์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ไม่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ฎีกาจำเลยไม่มีเหตุจะแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลแพ่ง - นายหุร่น แสงโสภา
ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้