Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8341/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 ข้อ 14 ระบุว่าการซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกินกว่า 10,000 บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ (3) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น(5) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง แต่หนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 นั้น มิใช่แบบเรียนที่ได้กำหนดไว้ในหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเพียงแต่เป็นหนังสือเสริมการเรียนการสอนเท่านั้น ดังนั้นแม้ทางโรงเรียนจะเปิดเรียนถึงเทอมที่ 2 ก็ไม่ใช่กรณีเร่งด่วนเพราะเป็นหนังสือประกอบการเรียนการสอนเท่านั้น แม้จะล่าช้าไปบ้างก็ไม่น่าจะทำให้ทางราชการเสียหาย และแม้ว่าเป็นช่วงปลายปีงบประมาณก็ไม่ใช่เป็นเหตุเร่งด่วนที่จะต้องจัดซื้อตามระเบียบดังกล่าวอีกทั้งร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ก็ไม่ใช่ผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรงตามข้อ 14(5) แห่งระเบียบดังกล่าวนั้น การที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เริ่มต้นเสนอเรื่องขออนุมัติจัดซื้อหนังสือดังกล่าวจากร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด โดยผ่านจำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำเลยที่ 4 เป็นผู้อนุมัติเมื่อการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นเหตุให้โจทก์ต้องซื้อหนังสือพิพาทแพงไป ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่ได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ตามพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2523 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2523 จำเลยทั้งสี่เป็นข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม โดยจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมวดการเงิน ส่วนการศึกษา จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนการคลัง จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และจำเลยที่ 4 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการส่วนจังหวัดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด

พ.ศ. 2498 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2523 จำเลยทั้งสี่ได้กระทำการโดยประมาทเลินเล่อหรือร่วมกันจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ละเว้นไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 โดยจัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จำนวน 9 รายการ เป็นเงิน 1,200,000 บาท โดยวิธีกรณีพิเศษซึ่งผิดระเบียบ ที่ถูกจะต้องซื้อโดยวิธีประกวดราคา ทำให้ราคาหนังสือดังกล่าวสูงกว่าความเป็นจริงเป็นเงินถึง 510,699 บาททำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน893,469.64 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน510,699 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยทั้งสี่จัดซื้อหนังสือตามฟ้องโดยวิธีพิเศษ มิใช่โดยวิธีกรณีพิเศษ เหตุเพราะจะต้องรีบดำเนินการและเบิกจ่ายโดยด่วนเพื่อให้เสร็จทันตามระเบียบว่าด้วยเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ มิฉะนั้นเงินที่ได้รับจะตกเป็นรายได้แผ่นดินซึ่งถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 ข้อ 7(4) และข้อ 14(4) แล้ว ทั้งหนังสือดังกล่าวสำนักงบประมาณมิได้กำหนดราคากลางไว้ จึงไม่อาจเปรียบเทียบได้ว่าราคาที่แท้จริงหรือราคาที่สมควรเป็นเท่าใด จำเลยทั้งสี่กระทำการโดยสุจริตไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสี่นำสืบรับกันว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2523กรมการปกครองมีคำสั่งทางวิทยุด่วนถึงจำเลยที่ 4 แจ้งว่าจะโอนเงินอุดหนุนงบประถมศึกษาประเภทค่าวัสดุจำนวน 1,200,000 บาทให้จัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนเพิ่มเติมให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ขออนุมัติจัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ผ่านเรื่องขออนุมัติจัดซื้อ จำเลยที่ 3 เป็นผู้เสนอความเห็นว่าควรอนุมัติให้จัดซื้อต่อจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 เป็นผู้อนุมัติให้จัดซื้อตามที่เสนอมาโดยทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม2523 ต่อมามีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ว่าการซื้อขายหนังสือรายนี้ไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของทางราชการคณะกรรมการ

ป.ป.ป. ได้ทำการสอบสวนแล้ว เห็นว่ามีมูล จึงได้แจ้งให้โจทก์ดำเนินการต่อไป โจทก์ได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งคณะกรรมการได้ทำการสอบสวนแล้วทำความเห็นว่า จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันรับผิดในทางแพ่งปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยทั้งสี่ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์อ้างเหตุว่าจำเลยที่ 4 ได้อนุมัติให้จัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 รวม 9 รายการ จำนวน 39,030 เล่ม เป็นเงิน 1,200,000 บาท จากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด โดยจำเลยทั้งสี่ทราบดีแล้วว่าร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด มิใช่ส่วนราชการ และมิใช่ผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย และไม่มีการประเมินราคากลาง

ทั้งมิใช่กรณีเร่งด่วนเนื่องจากหนังสือแบบเรียนดังกล่าวเป็นหนังสือสอนเสริมไม่ได้กำหนดไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดซื้อดังกล่าวขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 ทำให้โจทก์เสียหาย 510,699 บาทเป็นละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสี่อ้างเหตุว่าการจัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการจัดซื้อโดยเร่งด่วนเพราะมีการเปิดเรียนเทอมที่ 2 แล้ว และได้รับงบประมาณวันสุดท้ายของปีงบประมาณเป็นการซื้อโดยวิธีพิเศษไม่ใช่โดยวิธีกรณีพิเศษ หนังสือที่จัดซื้อแต่งโดยผู้มีคุณวุฒิทางราชการกระทรวงการคลังไม่ได้กำหนดราคากลางไว้ ราคาที่ซื้อเหมาะสมแล้วการกระทำของจำเลยทั้งสี่ไม่ขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกาได้ตรวจระเบียบดังกล่าวแล้ว เห็นว่าระเบียบข้อ 7 ระบุว่า การซื้อกระทำได้ 5 วิธี คือ (1) วิธีตกลงราคา (2) วิธีสอบราคา (3) วิธีประกวดราคา (4) วิธีพิเศษ(5) วิธีกรณีพิเศษและข้อ 14 ระบุว่า การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกินกว่า 10,000 บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ (3) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น (5) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรงดังนี้จะเห็นได้ว่า ตามข้อ 14(3) จะต้องเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่หน่วยราชการนั้นอันเนื่องจากการซื้อพัสดุนั้นล่าช้าไปแล้วทางราชการไม่ได้ใช้พัสดุนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย

สำหรับหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมศึกษาปีที่ 1นั้น นายพิศาล ภูมาศ พยานโจทก์เบิกความว่าหนังสือดังกล่าวมิใช่แบบเรียนที่ได้กำหนดไว้ในหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เพียงแต่เป็นหนังสือเสริมการเรียนการสอนเท่านั้น ดังนั้น แม้ทางโรงเรียนจะเปิดเรียนถึงเทอมที่ 2ดังจำเลยนำสืบก็ไม่ใช่กรณีเร่งด่วน เพราะเป็นหนังสือประกอบการเรียนการสอนเท่านั้น แม้จะล่าช้าไปบ้างก็ไม่น่าจะทำให้ทางราชการเสียหายแต่ประการใด ที่จำเลยนำสืบว่าเป็นปลายปีงบประมาณ 2523 ต้องเร่งซื้อก็ไม่ใช่เป็นเหตุเร่งด่วนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 นอกจากนี้ปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่าร้านสหกรณ์กลาโหม

จำกัด ไม่ใช่ผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรงตามข้อ 14(5) การที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เริ่มต้นเสนอเรื่องขออนุมัติจัดซื้อโดยผ่านจำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำเลยที่ 4เป็นผู้อนุมัติ จำเลยทั้งสี่ได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างเหตุว่าเป็นเพียงผู้ผ่านเรื่องเท่านั้น ไม่ต้องรับผิดฟังไม่ขึ้นเพราะตามระเบียบของทางราชการที่ต้องการให้เสนอเรื่องผ่านผู้บังคับบัญชาหลายขั้นตอนก็เพื่อให้แต่ละคนแต่ละขั้นตอนช่วยกันไตร่ตรองงานให้ละเอียดรอบคอบมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงแต่เซ็นงานผ่านอย่างเดียว โดยไม่ใช้ความคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเพียงแต่เซ็นผ่านไปตามข้อเสนอของผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น

จำเลยที่ 4 เป็นผู้อนุมัติซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายก็ไม่ไตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบเพียงแต่สอบถามจำเลยที่ 1 อย่างเดียวไม่พอเพราะจำเลยที่ 1อาจรายงานเท็จได้ เมื่อการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นเหตุให้โจทก์ซื้อหนังสือพิพาทแพงไปจำนวน 510,699 บาท จำเลยทั้งสี่จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันทำละเมิดคือวันที่ 10 ตุลาคม 2523พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 510,699 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่10 ตุลาคม 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้นแต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 382,770.64 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมปอง เสนเนียม · จรัญ หัตถกรรม · ผล อนุวัตรนิติการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้