Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมโจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัท ท. ต่อมาได้โอนมาเป็นลูกจ้างของจำเลย ในครั้งแรกจำเลยใช้ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จเดิมของบริษัท ท. ซึ่งในกรณีที่โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ โจทก์มีสิทธิได้รับทั้งเงินบำเหน็จและค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน แต่ต่อมาจำเลยได้ออกข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ 32 ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จใหม่ ซึ่งตามข้อบังคับฉบับนี้โจทก์กลับมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเพียงเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเท่านั้นจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์จะนำมาใช้บังคับแก่โจทก์ไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ดังนั้น แม้จำเลยจะได้จ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ตามข้อบังคับ ฉบับที่ 32 แล้วก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะได้รับค่าชดเชยจากจำเลยอีก.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 20 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุโดยจำเลยมิได้จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามกฎหมายขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าการออกจากงานเพราะเกษียณอายุเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามผลของกฎหมายเพราะขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจจึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างและการพ้นจากการเป็นลูกจ้างเพราะเกษียณอายุเมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์นั้นถือว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างที่แน่นอน โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยนอกจากนี้จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยและเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์แล้วตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 32 ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยอีกขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าได้ความว่าเดิมโจทก์เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัดเมื่อจำเลยถูกจัดตั้งขึ้นโจทก์ได้โอนมาเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของจำเลย บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัดได้ใช้ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จพนักงานพ.ศ.2507 ตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งจำเลยได้นำระเบียบดังกล่าวมาใช้ระหว่างที่จำเลยยังไม่มีระเบียบข้อบังคับฉบับที่ 32 ต่อมาจำเลยได้ออกข้อบังคับองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยฉบับที่ 32 ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จลงวันที่ 1 ตุลาคม 2525 กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่พนักงานและลูกจ้างของจำเลยขึ้นใช้บังคับแต่คณะกรรมการลูกจ้างองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยคัดค้านไม่ยอมรับเพราะข้อบังคับฉบับนี้ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างเท่ากับระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จพนักงานที่ใช้บังคับอยู่เดิมศาลฎีกาเห็นว่าระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จของพนักงานของบริษัทไทยโทรทัศน์

จำกัดพ.ศ.2507 ที่จำเลยนำมาใช้ในระหว่างที่จำเลยยังไม่ออกข้อบังคับฉบับที่ 32 ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จถือว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเมื่อจำเลยออกข้อบังคับฉบับที่ 32 ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จขึ้นมาใช้บังคับแตกต่างออกไปย่อมเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินบำเหน็จตามระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จพนักงานของบริษัทไทยโทรทัศน์พ.ศ.2507 ที่มีอยู่เดิมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์เพราะตามระเบียบเดิมกรณีของโจทก์ที่ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับทั้งเงินบำเหน็จและค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานแต่ตามข้อบังคับฉบับที่ 32 โจทก์กลับมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเพียงเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเท่านั้นจึงนำมาใช้บังคับในกรณีของโจทก์ไม่ได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ.2518 แม้จำเลยจะได้จ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 32 ก็ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าชดเชยจากจำเลยอีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6681/2538

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานได้กำหนดไว้ในข้อ 46 วรรคแรกว่า "ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง..." หมายความว่า นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง ดังนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3594/2531

ลูกจ้างทำหน้าที่เลขานุการกรรมการผู้จัดการของนายจ้าง ทำงานวันจันทร์ถึงวันเสาร์ระหว่างเวลา 8.30 นาฬิกาถึง 17 นาฬิกา เป็นประจำและได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน นายจ้างมีคำสั่งให้ลูกจ้างไปทำงานเป็นพนักงานต้อนร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2291/2529

ข้อบังคับโรงงานน้ำตาลกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพ.ศ.2527มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จแตกต่างจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ46เพราะตามข้อบังคับดังก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2566

โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2536 ต่อมาจำเลยได้กำหนดการจ่ายเงินบำเหน็จแก่พนักงานหรือลูกจ้างตามระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน จำกัด ว่าด้วยพนักงาน และลูกจ้าง พ.ศ. 25…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้