Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 83264)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำให้การของจำเลยที่ว่า หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น จำเลยไม่มีประเด็นนำสืบเพราะมิได้ให้การว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายด้วยเหตุอย่างไร ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การค้ำประกันหนี้ในอนาคตนั้น แม้ตามสัญญาค้ำประกันจะมีข้อความว่า การถอนสัญญาค้ำประกันต้องได้รับหนังสือยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทโจทก์ก่อนก็ตาม แต่เมื่อผู้ค้ำประกันได้มีหนังสือบอกเลิกการค้ำประกันไปให้บริษัทโจทก์ทราบแล้ว แต่กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ก็ทิ้งเรื่องไว้ตั้ง 5 เดือน แล้วจึงเสนอประธานกรรมการบริษัทโจทก์ ระหว่างนั้นบริษัทโจทก์ก็ยังส่งข้าวสารไปยังลูกหนี้จนเกิดความเสียหายขึ้น แล้วจึงได้ให้ลูกหนี้ออกจากหน้าที่และแจ้งให้ผู้ค้ำประกันรับผิดในความเสียหาย เช่นนี้ถือว่า บริษัทโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดในหนี้นั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ทั้งสองสำนวนใช้เงินให้โจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการบริษัทโจทก์สาขาเบตง แล้วยักยอกเงินค่าข้าวสารไปเป็นเงินในสำนวนแรก ๓๐,๐๐๐ บาท และในสำนวนหลัง ๕๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ทั้งสองสำนวนเป็นผู้ค้ำประกันหนี้รายนี้จึงขอให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในหนี้รายนี้ด้วย จำเลยที่ ๑ ทั้งสองสำนวนให้การว่า หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องมิใช่ฉบับที่แท้จริงและไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย จำเลยมิได้ยักยอกเงินดังกล่าว หากมีเงินขาดหายไปก็เพราะการค้าขาดทุน จำเลยที่ ๒ ในสำนวนแรกให้การว่าไม่ต้องรับผิดเพราะจำเลยที่ ๑ มิได้ยักยอกเงินตามฟ้อง เป็นเรื่องค้าขายขาดทุน จำเลยที่ ๒ ในสำนวนหลังให้การว่า หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์เพราะผู้มอบอำนาจไม่ได้อยู่ตามวันและสถานที่ซึ่งปรากฏในหนังสือมอบอำนาจ และต่อสู้ว่าได้มีหนังสือขอถอนการค้ำประกันก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ๑ เดือน แต่บริษัทโจทก์ยังขืนส่งข้าวสารให้จำเลยที่ ๑ จนเกิดการเสียหายขึ้น และบริษัทโจทก์ไม่แจ้งการถอนค้ำประกันของจำเลยต่อประธานกรรมการ จนเนิ่นนานไปถึง ๕ เดือน เป็นการทำการไม่สุจริตอย่างร้ายแรง เจตนากลั่นแกล้งให้จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีทั้งสองสำนวน

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑,๒ ในสำนวนแรกและจำเลยที่ ๒ ในสำนวนหลังฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ให้การว่าหนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น มิได้อ้างว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายด้วยเหตุอย่างไร จึงไม่มีประเด็นนำสืบ และปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องแม้มิได้กล่าวอ้างมาแต่ศาลชั้นต้น ก็กล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และได้วินิจฉัยเกี่ยวกับการค้ำประกันของจำเลยที่ ๒ ในสำนวนหลังว่าเป็นการค้ำประกันจำเลยที่ ๑ เกี่ยวกับความเสียหายอันเกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินของบริษัทโจทก์ และจำเลยที่ ๒ ได้มีหนังสือถอนสัญญาค้ำประกันไปยังบริษัทโจทก์แล้วก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้น แม้ตามสัญญาค้ำประกันจะมีข้อความว่าการถอนสัญญาค้ำประกันจะต้องได้รับหนังสือยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทจังหวัดยะลาจำกัดก่อนก็ตาม แต่กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ก็ทิ้งเรื่องไว้ตั้ง ๕ เดือน แล้วจึงเสนอประธานกรรมการบริษัทโจทก์

ระหว่างนั้นบริษัทโจทก์ก็ส่งข้าวสารไปยังสาขาเบตงจนเกิดเสียหายขึ้นแล้วจึงสั่งให้จำเลยที่ ๑ ออกจากหน้าที่ และแจ้งให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในเงิน ๕๕,๐๐๐ บาท เช่นนี้ ถือได้ว่าบริษัทโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตทำให้จำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย จำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด เมื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ ในสำนวนที่ ๒ นอกจากนั้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเบตง - นายเนิ่น อนุโรจน์
ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี.
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 41389)

คำให้การของจำเลยที่ว่า หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น จำเลยไม่มีประเด็นนำสืบ เพราะมิได้ให้การว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายด้วยเหตุอย่างไร ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2561

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 5 จะบัญญัติว่า "ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต" แต่มาตรา 6 ก็บัญญัติต่อไปว่า "ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต" โจทก์ที่ 1 จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9375/2539

โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาจากจำเลยที่6และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ถูกต้องตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินแม้โฉนดที่ดินฉบับเจ้าของที่ดินที่โจทก์รับมาจากเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่7เป็นโฉนดที่ดินปล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6106/2537

จำเลยที่ 3 ไม่ได้อ้างเหตุในคำให้การว่า ช. และ ก.ผู้มอบอำนาจไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลเพราะเหตุใด ดังนี้คำให้การปฏิเสธของจำเลยที่ 3 ไม่มีเหตุแห่งการนั้นจำเลยที่ 3 จึงไม่มีประเด็นที่จะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3347/2529

ปัญหาว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้จำเลยที่ 1 ทำให้ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 3 หลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 แม้สัญญาค้ำประกันจะมีข้อความให้ถือว่าจำเลยที่ 3 รู้เห็นยินยอมด้วยใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้