Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 832/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในการเล่นพนันชนไก่ คู่พนันได้วางเงินเดิมพันล่วงหน้าไว้กับนายบ่อนก่อนรู้ผลแพ้ชนะ. ต่อมานายบ่อนได้จ่ายเงินให้เจ้าของไก่ซึ่งชนะไป. เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินที่ชำระหรือให้กันในการเล่นพนัน.จึงทวงคืนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 853.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับอนุญาตให้เป็นนายบ่อน(สนาม) ชนไก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ เก็บเงินรายได้จากผู้เข้าเล่นพนันในบ่อน (สนาม) ของตน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2508 เวลากลางวัน โจทก์นำไก่ผู้สีเทาเข้าไปชน (ตี) กับไก่ของจำเลยที่ 3 โดยตกลงวางเงินพนันฝ่ายละ 2,000บาท ทั้งสองฝ่ายได้มอบให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เก็บรักษาไว้ เพื่อจ่ายให้เจ้าของไก่ตัวที่ชน (ตี) ชนะไป การพนันชนไก่นี้มีสัญญาเป็นข้อกติกาว่า เมื่อไก่ฝ่ายหนึ่งถูกไก่อีกฝ่ายหนึ่งชน (ตี) จนตาแตกบอดทั้งสองข้างให้ถือว่าไก่ที่ตาบอดแตกทั้งสองข้างเป็นฝ่ายแพ้พนัน ให้นายบ่อน (สนาม) จ่ายเงินที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้รักษาไว้แก่เจ้าของไก่ฝ่ายที่ชนะ ถ้าไม่มีไก่ตัวใดแพ้ชนะก็ให้นายบ่อน (สนาม)

คืนเงินให้แก่เจ้าของไก่ จำเลยที่ 1 นอกจากจะเป็นนายบ่อน (สนาม) แล้ว ยังเป็นกรรมการชี้ขาดด้วย จำเลยที่ 1 มีเจตนาไม่สุจริตได้ชี้ขาดขณะไก่ของโจทก์และของจำเลยที่ 3 กำลังต่อสู้กันว่าไก่ของโจทก์ตาบอดแตกทั้งสองข้างให้ไก่ของโจทก์เป็นฝ่ายแพ้ ทั้งที่ไก่ของโจทก์ยังสู้ไก่ของจำเลยที่ 3 อยู่ และตาไก่ของโจทก์ก็หาได้บอดแตกทั้งสองข้างดังคำชี้ขาดของจำเลยไม่ โจทก์ได้คัดค้านแล้วจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่เชื่อฟังได้เอาเงิน 2,000 บาทของโจทก์จ่ายให้จำเลยที่ 3 ไป การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทำให้โจทก์เสียเงินไปโดยไม่ถูกต้องตามสัญญาข้อกติกาที่วางไว้ จำเลยที่ 3 ก็ไม่มีสิทธิจะเอาเงินของโจทก์ไป โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสามไม่ยอมคืนให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยคืนเงิน 2,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2508 จนกว่าจะใช้เงินเสร็จให้โจทก์ และให้ใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายแทนโจทก์ด้วย

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้เป็นนายบ่อน (สนาม) ชนไก่จังหวัดกาฬสินธุ์จริง โดยมีผู้อื่นเป็นหุ้นส่วนในบ่อนชนไก่นี้ร่วมกับจำเลยด้วย ในวันที่ 26 ธันวาคม 2508 เวลากลางวัน มีไก่เข้าชนพนันกันหลายคู่ ไก่สีเทาซึ่งเป็นมูลเหตุพิพาทคดีนี้จะเป็นไก่ของโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ แต่ไก่ที่เป็นคู่ชนกับไก่สีเทาตัวนี้มิใช่ไก่ของจำเลยที่ 3 เงินพนันฝ่ายละ 2,000 บาทเป็นเงินที่เก็บจากผู้เข้าเล่นพนันฝ่ายละหลายคน จะเป็นของโจทก์จำนวนเท่าใดจำเลยไม่ทราบฟ้องโจทก์ข้อนี้จึงเคลือบคลุม จำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาร้ายต่อโจทก์ ไก่ของโจทก์ตาแตกและไม่เข้าชนคู่ต่อสู้ จึงถูกชี้ขาดให้เป็นฝ่ายแพ้

จำเลยจึงได้จ่ายเงิน2,000 บาทที่วางไว้ให้แก่ฝ่ายชนะไป จำเลยตัดฟ้องว่า มูลฟ้องของโจทก์เกิดจากการพนันขันต่อซึ่งไม่ก่อให้เกิดหนี้จึงเรียกคืนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 853 หากจะฟังว่าฟ้องของโจทก์มีผลบังคับ จำเลยที่ 1 ที่ 2 มิใช่ผู้รับผลประโยชน์จากบ่อนพนันโดยลำพังตนเอง โจทก์จะต้องฟ้องเรียกเงินคืนจากหุ้นส่วนทั้งหมด

โจทก์ฟ้องผิดตัว จำเลยทั้งสามหาต้องรับผิดอย่างใดไม่ ทางพิจารณาคู่ความแถลงรับกันว่า 1. จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหุ้นส่วนของบ่อนชนไก่และเป็นนายบ่อนชนไก่รายนี้ และยังมีหุ้นส่วนอื่นอีกรวมเป็น 10 คน เป็นหุ้นส่วนสามัญ 2. จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการตัดสินการชนไก่ มีอำนาจตัดสินชี้ขาดตามกติกา โจทก์และจำเลยที่ 3 ต่างได้นำไก่มาชนกัน และจำเลยที่ 1ได้จับไก่ของโจทก์ออกจากไก่ของจำเลยที่ 3 จริง 3. กติกาเป็นไปตามเอกสารหมาย ล.1 ที่จำเลยส่งศาล 4. จำเลยที่ 1 ชี้ขาดให้ไก่ของจำเลยที่ 3 ชนะ จำเลยที่ 1 ที่ 2ได้จ่ายเงินเดิมพัน 2,000 บาทให้ฝ่ายชนะไป 5. เงินเดิมพันทั้งหมด 4,000 บาทเป็นเงินฝ่ายละ 2,000 บาททุกฝ่ายให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้ถือไว้สำหรับจ่ายให้ฝ่ายชนะ

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นนำสืบว่า 1. เงินเดิมพัน 2,000 บาทเป็นของโจทก์คนเดียวหรือไม่ 2. ตอนจำเลยที่ 1 จับไก่ออกจากกันไก่ของโจทก์ตาบอดแตกทั้งสองข้างหรือไม่ และโจทก์ได้คัดค้านไม่ยอมให้จ่ายเงิน แต่จำเลยที่ 1ที่ 2 ขืนจ่ายไปใช่หรือไม่ 3. จำเลยที่ 3 ได้รับเงินเดิมพันไปจำนวนเท่าใด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องเรียกเอาทรัพย์ที่ให้แก่กันในการพนันขันต่อต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 853 หรือไม่ศาลชั้นต้นเห็นว่าสิ่งที่ให้แก่กันในการพนันหรือขันต่อนั้น หากปราศจากความสมัครใจหรือความยินยอมของผู้ให้แล้วจะถือเป็นการให้ไม่ได้ โจทก์บรรยายฟ้องได้ความว่า การที่จำเลยที่ 1 ตัดสินให้ไก่ของโจทก์แพ้ เป็นการปฏิบัติผิดกติกา โจทก์ได้คัดค้านแล้วจำเลยที่ 1ที่ 2 ไม่เชื่อฟัง จำเลยที่ 3 ได้รับเงินของโจทก์ไปโดยโจทก์ไม่สมัครใจและยินยอมให้ จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นแต่เพียงผู้ถือเงินของโจทก์ไว้ มิได้เล่นพนันกับโจทก์ด้วย คำฟ้องของโจทก์จึงไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 853ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

สำหรับข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นเชื่อว่า ตอนจำเลยที่ 1 จับไก่ออกจากกัน ไก่ของโจทก์ตาไม่บอดแตกทั้งสองข้าง ยังสู้ไก่ของจำเลยที่ 3 อยู่ การตัดสินของจำเลยที่ 1 จึงไม่ถูกกติกา โจทก์ได้พูดคัดค้านแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมฟัง จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยังคงขืนจ่ายเงิน 2,000 บาทให้จำเลยที่ 3 รับไป

ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 1ที่ 2 ถือเงิน 2,000 บาทของโจทก์ไว้ในฐานะตัวแทนโจทก์ เมื่อโจทก์คัดค้านจำเลยที่ 1 ที่ 2 ต้องปฏิบัติตาม เมื่อขืนจ่ายไป เป็นการทำการโดยปราศจากอำนาจต้องรับผิดใช้เงิน 2,000 บาทแก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 3 รู้อยู่แล้วว่าโจทก์คัดค้านการจ่ายเงิน เพราะกรรมการตัดสินผิดกติกายังขืนรับเงินของโจทก์ไป ถือได้ว่าได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้และไม่สุจริต จำเลยที่ 3 ต้องคืนเงินให้โจทก์ในฐานะเป็นลาภมิควรได้ และฟังได้ว่าโจทก์ได้คัดค้านและทวงเงินคืนในวันที่ 26 ธันวาคม 2508 ซึ่งเป็นวันชนไก่นั่นเอง จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินดังกล่าวแต่วันนั้นเป็นต้นไปพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงินแก่โจทก์ 2,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2508เป็นต้นไปให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ 150 บาทแทนโจทก์

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ในกรณีที่เจ้าของไก่คู่พนันต้องวางเงินเดิมพันล่วงหน้าไว้ที่นายบ่อน เพื่อเป็นที่แน่นอนว่า นายบ่อนต้องได้ค่าน้ำและค่านายหน้าตามกติกาและคู่พนันฝ่ายที่ชนะจะต้องได้รับเงินเดิมพัน เงินที่นายบ่อนรับไว้ดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการชำระหนี้ที่คู่พนันชำระแก่ตน และรับเงินที่เหลือจากนั้นไว้แทนคู่พนันฝ่ายที่ชนะ เพื่อจ่ายให้ผู้ชนะ แม้ขณะนั้นจะยังไม่ทราบว่าฝ่ายใดจะชนะก็ตาม ฉะนั้น เงินที่จำเลยที่ 1ที่ 2 รับไว้จากโจทก์และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นคู่พนันของโจทก์ย่อมเป็นเงินที่รับไว้เพื่อตนเองบางส่วน และรับไว้แทนจำเลยที่ 3 เพื่อจ่ายให้จำเลยที่ 3 บางส่วน เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินที่โจทก์ได้ชำระหรือให้กันไปแล้วในการเล่นพนัน โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเอาคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 853 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนให้โจทก์ อุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความสองศาลรวม 250 บาทแทนจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ตั้งบ่อนชนไก่ จำเลยที่ 1ยังมีหน้าที่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดการแพ้ชนะตามกติกาที่บ่อนวางไว้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2508 โจทก์นำไก่ของโจทก์เข้าชนกับไก่ของจำเลยที่ 3 โดยวางเงินเดิมพันฝ่ายละ 2,000 บาทให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ซึ่งเป็นนายบ่อนรักษาไว้ เมื่อไก่ของผู้ใดชนะ จำเลยที่ 1 ที่ 2จะจ่ายเงินจำนวนนี้ให้เจ้าของไก่ที่ชนะไปหลังจากที่ได้หักเงินค่าน้ำของบ่อนไว้แล้ว ไก่ของโจทก์และจำเลยที่ 3 ชนกันได้ 3 ยก จำเลยที่ 1เห็นไก่ของโจทก์ตาข้างหนึ่งปิด อีกข้างหนึ่งแตกมีเลือดออกมากจึงชี้ขาดให้ไก่ของโจทก์แพ้ โจทก์คัดค้านว่ายังไม่แพ้

จำเลยที่ 1ว่าต้องเป็นไปตามที่จำเลยที่ 1 ชี้ขาด และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้จ่ายเงินเดิมพันของโจทก์ 2,000 บาทให้แก่จำเลยที่ 3 ไป โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นนายบ่อนมีฐานะเป็นคนกลางหรือตัวแทนของโจทก์ ไม่ใช่คู่พนันกับโจทก์ เงินเดิมพันของโจทก์และจำเลยที่ 3 ที่มอบให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เก็บรักษาไว้ จึงไม่ใช่เงินที่ชำระกันในการเล่นพนัน ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว โจทก์เบิกความรับว่าเป็นหน้าที่นายสนามจ่ายเงินให้ผู้ชนะ จำเลยที่ 1 ก็เบิกความว่าในการพนันชนไก่ เจ้าของไก่ต้องรวบรวมเงินเดิมพันวางไว้กับนายบ่อนเมื่อนายบ่อนหักค่าน้ำไว้แล้วจะจ่ายเงินเดิมพันที่เหลือให้เจ้าของไก่ชนะไป พอรับฟังได้ว่าการเล่นพนันชนไก่นี้เจ้าของไก่จะต้องรวบรวมเงินเดิมพันจากพรรคพวกฝ่ายตนมอบไว้กับนายบ่อนซึ่งเป็นคนกลางเพื่อจ่ายให้ผู้ชนะ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการบิดพลิ้วไม่ชำระเงินเมื่อไก่แพ้

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะเป็นเพียงนายบ่อนไม่ใช่คู่พนันกับโจทก์ แต่เงินเดิมพันที่โจทก์และจำเลยที่ 3 วางไว้กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งเป็นนายบ่อน ก็เพื่อให้นายบ่อนจ่ายให้แก่เจ้าของไก่ฝ่ายที่ชนะซึ่งเป็นคู่พนัน แม้จะวางไว้ก่อนที่จะรู้ผลแพ้ชนะก็มิใช่ข้อสำคัญถือได้ว่าเป็นเงินที่ผู้เล่นพนันชำระให้แก่กันในการเล่นพนันนั่นเอง โจทก์จึงทวงคืนไม่ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 853 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าทนายความชั้นฎีกา100 บาทแก่จำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต · ชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้