Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8317/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในเบื้องต้นผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือออกไปอีกมีกำหนด 3 เดือน โดยอ้างว่าร่วมทุนกับบุคคลอื่นซื้อทรัพย์รายนี้ ปรากฏว่าผู้ซื้อทรัพย์ลงทุนเป็นเงินสดในอัตราร้อยละ 3 ของราคาที่ดินที่ซื้อเท่านั้น ส่วนผู้ร่วมลงทุนอื่นซึ่งไม่มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาซื้อขายที่ดินร่วมกันลงทุนถึงร้อยละ 97 ทั้งในคำร้องก็ไม่ได้ระบุหรือแสดงเหตุผลอื่นอันสมควรให้เห็นว่าผู้ซื้อทรัพย์และผู้ร่วมลงทุนอื่น ได้ดำเนินการระดมทุนด้วยวิธีใดข้ออ้างของผู้ซื้อทรัพย์ในเรื่องนี้จึงมีน้ำหนักน้อย ส่วนที่ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าเงินที่ต้องชำระส่วนที่เหลือเป็นเงินจำนวนมากไม่อาจรวบรวมมาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทันภายในกำหนดนั้น ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้เรียกเก็บราคาที่ดินส่วนที่เหลือ 7,460,000 บาท แต่เนื่องจากเห็นว่าจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้น จึงให้ผู้ซื้อทรัพย์วางเงินค่าซื้อทรัพย์เพียงร้อยละ 5.5 ของราคาที่ซื้อได้เป็นเงิน 413,050 บาท เพื่อหักเงินมัดจำที่วางไว้แล้วคงให้ผู้ซื้อทรัพย์วางเพิ่ม 363,050 บาทเท่านั้น กรณีจึงไม่มีความจำเป็นที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขยายระยะเวลาให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ต่อไป การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งไม่ให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยสุจริตและเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 96, 390 และ 1237 ถึง 1242 ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ดำเนินการขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้น นายสมเกียรติ ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 7,510,000 บาท ผู้ซื้อทรัพย์ทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยในข้อ 2.3 ของสัญญาซื้อขายระบุว่าผู้ซื้อทรัพย์ได้วางเงินมัดจำไว้ 50,000 บาท และสัญญาว่าจะนำเงินซึ่งยังค้างชำระอยู่เป็นเงิน 7,460,000 บาท มาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไปหากไม่สามารถชำระเงินตามกำหนด และผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินซึ่งต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีจะขยายให้อีกตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ไม่เกิน 3 เดือน และไม่ว่ากรณีใด ๆ จะไม่มีการขยายเวลาวางเงินให้อีก ถ้าไม่นำเงินที่เหลือมาชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดดังกล่าวผู้ซื้อทรัพย์ยอมให้เจ้าพนักงานบังคับคดีริบเงินมัดจำที่วางไว้ และหากมีการขายทอดตลาดต่อไปได้ราคาสุทธิต่ำกว่าครั้งก่อนเท่าใด ผู้ซื้อทรัพย์ยอมรับผิดชดใช้ให้เต็มจำนวนที่ผู้ซื้อทรัพย์ประมูลไว้ในครั้งก่อน และค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับการขายทอดตลาดครั้งหลังต่อมาผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ออกไปอีก 3 เดือนเจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่าไม่มีเหตุอันควรให้ขยายระยะเวลาวางเงินออกไปเนื่องจากสัญญาร่วมทุนระหว่างผู้ซื้อทรัพย์กับบุคคลภายนอกสามารถรวบรวมเงินกันได้ทันที

การที่ผู้ซื้อทรัพย์กับบุคคลภายนอกตกลงกันจะชำระเงินภายใน 90 วัน ไม่ผูกพันเจ้าพนักงานบังคับคดีและเนื่องจากจำเลยที่ 2 ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงกำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์วางเงินค่าซื้อทรัพย์ร้อยละ 5.5 ของราคาที่ซื้อได้เป็นเงิน 413,050 บาท เมื่อหักเงินที่วางมัดจำไว้ จึงให้วางเพิ่ม 363,050 บาท โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ซื้อทรัพย์ทราบในวันเดียวกัน ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า ผู้ซื้อทรัพย์ทำสัญญาร่วมทุนกับบุคคลภายนอก กำหนดชำระเงินภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประมูลได้ ผู้ซื้อทรัพย์สามารถระดมทุนได้แน่นอน แต่ราคาทรัพย์เป็นเงินจำนวนมากต้องใช้เวลารวบรวมเงินเกินกว่า 15 วัน

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินแก่รายอื่น โดยไม่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์ขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก 3 เดือนจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลือกปฏิบัติและไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ซื้อทรัพย์ขอให้มีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาชำระเงินออกไป 3 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของผู้ซื้อทรัพย์ส่อไปในทางประวิงการวางเงินค่าซื้อทรัพย์อาจทำให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ได้รับความเสียหาย การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งไม่ให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจโดยสุจริตและเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์ขยายระยะเวลาชำระเงินเป็นการดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ในเบื้องต้นผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือจำนวน 7,460,000 บาท ออกไปอีกมีกำหนด 3 เดือน โดยอ้างว่าได้ร่วมทุนกับบุคคลอื่นซื้อทรัพย์รายนี้ตามสำเนาสัญญาร่วมทุนที่เสนอพร้อมคำร้อง เมื่อพิจารณาสัญญาร่วมทุนเอกสารหมาย ร.2 ปรากฏว่าผู้ซื้อทรัพย์ลงทุนเป็นเงินสดในอัตราร้อยละ 3 ของราคาที่ดินที่ซื้อเท่านั้น ส่วนผู้ร่วมลงทุนอื่นซึ่งไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาซื้อขายที่ดินร่วมกันลงทุนถึงร้อยละ 97 ทั้งในคำร้องก็ไม่ได้ระบุหรือแสดงเหตุผลอื่นอันสมควรให้เห็นว่าผู้ซื้อทรัพย์และผู้ร่วมลงทุนอื่นได้ดำเนินการระดมทุนด้วยวิธีใดข้ออ้างของผู้ซื้อทรัพย์ในเรื่องนี้จึงมีน้ำหนักน้อย

ส่วนที่ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าเงินที่ต้องชำระส่วนที่เหลือเป็นเงินจำนวนมากไม่อาจรวบรวมมาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทันภายในกำหนดนั้น ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้เรียกเก็บราคาที่ดินส่วนที่เหลือจำนวน 7,460,000 บาท ตามคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้น จึงให้ผู้ซื้อทรัพย์วางเงินค่าซื้อทรัพย์เพียงร้อยละ 5.5 ของราคาที่ซื้อได้เป็นเงิน 413,050 บาท เมื่อหักเงินมัดจำที่วางไว้แล้วคงให้ผู้ซื้อทรัพย์วางเงินเพิ่มจำนวน 363,050 บาท เท่านั้น กรณีจึงไม่มีความจำเป็นที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขยายระยะเวลาให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ต่อไป การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งไม่ให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยสุจริตและเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาลี ทัพภวิมล · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · คำนวน เทียมสอาด
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้