Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีทำให้เสียหายแก่ร่างกายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงาน และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนทั้งในปัจจุบันและในเวลาอนาคตด้วย การที่โจทก์ต้องถูกออกจากราชการก่อนถึงกำหนดเกษียณอายุ เพราะเสียความสามารถประกอบการงาน ทำให้เสียอาชีพขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามปกติไป ต้องถือว่าเป็นค่าเสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้ละเมิดจำต้องใช้ค่าเสียหายที่ขาดประโยชน์ทำมาหาได้นี้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีละเมิดจะพึงให้ใช้เพียงใด ศาลวินิจฉัยได้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1, 2 ประกอบกิจการค้าในประเภทอุตสาหกรรมทำน้ำอัดลมฯ และเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกสำหรับใช้บรรทุกน้ำอัดลมในกิจการค้าของบริษัทจำเลย จำเลยที่ 3 ในฐานะลูกจ้างและตามทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถบรรทุกของจำเลยที่ 1 ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยของปกติชน และด้วยความเร็วสูงไม่หยุดรถตามสัญญาณของเจ้าพนักงานตำรวจจราจร เป็นเหตุให้ชนรถสามล้อเครื่องซึ่งหยุดอยู่ตามสัญญาณของเจ้าพนักงานจราจร รถสามล้อเครื่องได้พุ่งเข้าชนโจทก์โดยแรงในขณะที่โจทก์เตรียมตัวจะเดินข้ามถนนในทางข้าม เป็นเหตุให้โจทก์ล้มพาดได้รับบาดเจ็บถึงอันตรายสาหัสและทุพพลภาพ และถูกออกจากราชการ การกระทำของจำเลยที่ 3 ทำให้โจทก์เสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 270,810 บาท 16 สตางค์ขอให้ศาล

บังคับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าจำเลยไม่ต้องรับผิด เพราะจำเลยที่ 3 มิได้กระทำผิดตามฟ้อง โจทก์มิได้รับบาดเจ็บจริง มิได้เสียหายตามฟ้องการออกจากงานเป็นเรื่องของโจทก์เองจำเลยที่ 2 ต่อสู้คดีเช่นเดียวกันกับจำเลยที่ 1 และสู้ว่าจำเลยเป็นแต่กรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวจำเลยที่ 3 รับว่าขับรถชนสามล้อเครื่องจริง แต่ไม่ได้ถูกตัวโจทก์ โจทก์ล้มไปเอง โจทก์ถูกออกจากราชการ เพราะโจทก์อ่อนแอไม่แข็งแรงอยู่ก่อน ถึงไม่ถูกรถชนก็ต้องออกเพราะลาป่วยบ่อย ๆ โจทก์ไม่ได้รับบาดเจ็บดังฟ้อง และไม่ได้เสียหายจริงดังฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

โจทก์ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถที่จำเลยที่ 3 ขับชนรถสามล้อเครื่องจริง แต่โจทก์ไม่พิการทุพพลภาพไปตลอดชีวิตโจทก์ออกจากราชการเพราะโจทก์อ่อนแอไม่แข็งแรงไม่ใช่เพราะการละเมิดของจำเลย ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 20,210 บาท จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดให้ยกฟ้องโจทก์และจำเลยอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงยุติศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์โจทก์จำเลยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าค่าเสียหายเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลและค่าพาหนะศาลล่างพิพากษาชอบแล้ว ส่วนค่าเสียความสามารถในการประกอบการงานและค่าเสียหายในการออกจากงานเพราะร่างกายอ่อนแอเนื่องจากถูกรถชนนั้น เห็นว่าในกรณีทำให้เสียหายแก่ร่างกายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงาน และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนทั้งในปัจจุบันและในเวลาอนาคตด้วย เมื่อโจทก์ต้องถูกออกจากราชการก่อนถึงกำหนดเกษียณอายุเพราะเสียความสามารถประกอบการงาน ทำให้เสียอาชีพขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามปกติไป ถือว่าเป็นค่าเสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้ละเมิดจำต้องใช้ค่าเสียหายที่ขาดประโยชน์ทำมาหาได้นี้และเหตุที่ร่างกายโจทก์อ่อนแอจนต้องถูกปลดจากงานก็เพราะถูกรถจำเลยชน จำเลยจึงต้องรับผิดในผลเสียหายที่เกิดขึ้น ค่าสินไหมทดแทนในกรณีละเมิดจะพึงให้ใช้เพียงใด ศาลวินิจฉัยได้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ 120,210 บาท กับดอกเบี้ย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้