Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ประจักษ์พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งแตกต่างกันเกี่ยวกับลักษณะการค้นตัวสถานที่ค้นตัวและสถานที่ที่นำตัวจำเลยไปย่อมทำให้รับฟังไม่ได้แน่ชัดว่ามีการค้นตัวโดยชอบหรือไม่ที่ใด และจับจำเลยได้จากที่ไหนพยานโจทก์จึงขาดความเชื่อถือไม่สามารถรับฟังได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง เมื่อเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ และลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วคงจำคุกจำเลย 2 ปี 3 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ของกลางริบโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีร้อยตำรวจโทสนั่น อิ่มใจ และจ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์ อ่อนสหะ เป็นประจักษ์พยานโดยในการค้นเฮโรอีนของกลางจากจำเลยนั้น ร้อยตำรวจโทสนั่นเบิกความว่า ร้อยตำรวจโทสนั่นค้นกระเป๋ากางเกงขวาของจำเลยก่อนเมื่อพบเฮโรอีนของกลางแล้วได้ค้นที่อื่นด้วย แต่จ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์เบิกความว่าร้อยตำรวจโทสนั่นตรวจค้นจำเลยจากส่วนหน้าอกลงไปก่อนหลังจากนั้นไม่นานจึงพบเฮโรอีนของกลาง และร้อยตำรวจโทสนั่นเบิกความว่าค้นจำเลยที่กลางซอยเฉลิมลาภ

ห่างปากซอยประมาณ 500 เมตร ส่วนจ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์ เบิกความว่าจับกุมจำเลยได้ห่างจากปากซอยเฉลิมลาภประมาณ 50 เมตร และร้อยตำรวจโทสนั่นเบิกความว่า จับจำเลยได้แล้วให้เจ้าพนักงานตำรวจใต้บังคับบัญชานำจำเลยไปรอที่รถต่อมาร้อยตำรวจโทสนั่นจึงไปจับนายสัญชัยได้ แต่จ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์เบิกความว่าเมื่อจับจำเลยได้แล้วพาจำเลยไปด้วยถึงปากซอยก็จับนายสัญชัยได้อีกคนหนึ่ง จำเลยนำสืบว่าจำเลยเดินไปถึงปากซอยลือชาก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจค้นตัวแต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่เจ้าพนักงานตำรวจกลับจับจำเลยขึ้นรถไปสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ลักษณะการค้าตัว สถานที่ค้นตัว และการนำตัวจำเลยเดินทางไปเป็นข้อสำคัญเพราะจำเลยนำสืบโต้แย้ง เมื่อประจักษ์พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งแตกต่างในข้อดังกล่าว

ย่อมรับฟังไม่ได้แน่ชัดว่ามีการค้นตัวโดยชอบหรือไม่ที่ใด และจับจำเลยได้จากที่ไหนจึงทำให้น้ำหนักคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์ขาด่ความเชื่อถือไม่สามารถรับฟังได้โดยปราศจากความสงสัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะเหตุสงสัยจึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขี้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10546/2558

เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ครบองค์ประกอบข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8642/2553

ในชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความในตอนแรกระบุว่าคนร้ายคือจำเลยและ จ. ซึ่งเป็นคนรู้จักกันมาก่อนเพราะมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านพักของผู้เสียหาย หลังเกิดเหตุผู้เสียหายชี้ยืนยันบุคคลตามภาพถ่ายที่เจ้าพนักงานตำรวจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2553

เครื่องจับเท็จเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่นำผลการตอบคำถามของจำเลยมาวิเคราะห์ตามหลักวิชาการแล้วประเมินผลจากการวิเคราะห์นั้นว่าจำเลยพูดจริงหรือเท็จ มีลักษณะเป็นเพียงความเห็นในทางวิชาการ ย่อมไม่อาจนำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5253/2549

คดีนี้โจทก์มิได้อ้างและนำสายลับซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความทั้ง ๆ ที่สายลับรู้เห็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับสิบตำรวจเอก ส. แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้มีประจักษ์พยานในคดีเพียงปากเดียว ย่อมเป็นการนำสืบพยานเดี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้