Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยถือท้ายเรือโดยประมาทชนสพานสาธารณะจึงเสาหัก 2 ต้นสพานชำรุด ขอให้ลงโทษฐานทำโดยประมาทตาม ม.191, 201 นั้นถือได้แล้วว่าเป็นคำบรรยายฟ้องที่สมบูรณ์และถ้าหากจำเลยกระทำดั่งข้อกล่าวหาของโจทก์เรียกได้ว่ากระทำให้เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ต้องตาม ม.201(1) อันเป็นความผิดที่จะต้องรับโทษอาญาแล้ว.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยผู้เป็นนายท้ายเรือควบคุมเรือยนต์ได้กระทำการโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยของปกติชนโดยไม่ติดต่อให้เรือจูงเบาเครื่องให้วิ่งช้าลงกว่าปกติในขณะที่ให้เรือยนต์ลำอื่นจูงเพราะเครื่องยนต์เสียและมิได้ถือท้ายเรือให้แล่นอยู่กึ่งกลางลำคลองเป็นเหตุให้เรือที่จำเลยถือท้ายชนเสาสพานสาธารณะสำหรับใช้ไปมาข้ามคลองที่วัดป่าระกำล่างหักไป ๒ เสาเสียหายประมาณ ๔,๕๐๐ บ. ทำให้สพานชำรุดจนสามารถอาจเกิดอันตรายแก่การไปมา เหตุเกิดที่ต.บ้านใหม่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๑๙๑,๒๐๑,๔๓

จำเลยให้การปฏิเสธความผิดและว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยมิได้ถือท้ายเรือ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดปากพนังพิจารณาแล้วพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยยังหากระทำให้เกิดเป็นความผิดในทางอาญาไม่ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้สืบพยานให้เสร็จสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีเรื่องนี้แล้วฟ้องโจทก์ว่าจำเลยถือท้ายเรือชนสพานสาธารณะถึงเสาหัก ๒ ต้นสถานชำรุด โจทก์ขอให้ลงโทษฐานทำให้โดยประมาทตาม ม.๑๙๑,๒๐๑ ศาลนี้เห็นพ้องด้วยคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าถ้าจำเลยกระทำดังข้อกล่าวหาของโจทก์เรียกได้ว่ากระทำให้เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ต้องตาม ม.๒๐๑(๑) อันเป็นควาผิดที่จะต้องรับอาญา ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาของจำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลปากพนัง - นายบุญเกียรติ อรช
ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว.วิงษ์ศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้