Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8212/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เครื่องประดับส่วนตัวของพนักงานจำเลยสูญหายซึ่งยังไม่ปรากฏชัดว่ามีบุคคลใดลักไปหรือไม่ และการที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์กับพนักงานอื่นจะเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นการสั่งโดยใช้อำนาจในการบริหารงานบุคคลของจำเลยซึ่งโจทก์มีสิทธิจะโต้แย้งได้หากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ การที่สามีโจทก์โทรศัพท์ถึง ป. และจะขอเข้าพบเพื่อสอบถามและขอให้โจทก์กลับเข้าทำงานแม้จะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องและอาจสร้างความวุ่นวายแก่จำเลยบ้าง แต่ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุอันสมควรที่ถึงขนาดจะเลิกจ้างได้ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเป็นการเลิกจ้างโดยปราศจากเหตุอันสมควรและเพียงพอ จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ฯ มาตรา 49

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ โจทก์ถูกจำเลยเลิกจ้างโดยไม่ได้กระทำความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้าง 11,076 บาท และเงินเพิ่มทุก 7 วัน พร้อมดอกเบี้ย ค่าชดเชย 26,943 บาท พร้อมดอกเบี้ย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า โจทก์เคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินของจำเลยและของพนักงานสูญหายหลายครั้ง และจำเลยเคยลงโทษโจทก์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้ว จนถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ได้มีเหตุการณ์ทรัพย์สินส่วนตัวของพนักงานระดับบริหารสูญหายอีก จำเลยจึงได้ทำการสอบสวนจนได้ความว่าพนักงานอื่น ๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่โจทก์เป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุดจึงสั่งพักงานโจทก์ แต่โจทก์ได้พยายามให้คนมาข่มขู่ที่หน้าโรงงานของจำเลยถึงขนาดจะทำร้ายร่างกายพนักงานของจำเลย จำเลยจึงได้พิจารณาเห็นว่าการกระทำของโจทก์เป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรงไม่สมควรที่จะจ้างอีกต่อไป จึงเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยไม่ได้กลั่นแกล้งโจทก์ ในระหว่างพักงานโจทก์ไม่ได้ทำงาน จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ และโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาคู่ความตกลงเรื่องค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่ายกันได้คงติดใจให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเฉพาะประเด็นเรื่องการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้แก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2548 ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์ว่า เมื่อโจทก์กับพนักงานอื่นถูกสั่งพักงานเพื่อสอบสวนเรื่องทรัพย์สินสูญหาย พนักงานอื่นยินยอมปฏิบัติตามคำสั่ง แต่โจทก์กับสามีโจทก์ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง และสามีโจทก์มาก่อกวน ข่มขู่ เพื่อไม่ให้ถูกพักงาน จำเลยจึงได้แก้ไขปัญหาโดยการปรับเปลี่ยนบุคลากรใหม่ ให้เลิกจ้างจำเลยโดยไม่ได้เลิกจ้างพนักงานอื่นด้วย จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไม่ตรงตามสาเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้น เห็นว่า ศางแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ว่ามาจากสาเหตุของสามีโจทก์ ซึ่งตรงกับที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้และตามข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางปรากฏว่า

เมื่อจำเลยได้พิจารณาเห็นว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เครื่องประดับส่วนตัวของนางพิมพ์ใจสูญหายประมาณ 10 คน รวมทั้งโจทก์ด้วย จึงได้มีคำสั่งให้โจทก์และพนักงานอีกส่วนหนึ่งพักงานตั้งแต่วันที่ 17 ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2548 แต่ในช่วงเย็นของวันที่ 16 มีนาคม 2548 สามีโจทก์ได้ขอเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายปรีดาผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการของจำเลยจากโจทก์ และได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายปรีดาเพื่อไม่ให้โจทก์ถูกลงโทษและให้ทำงานต่อไป ต่อมาวันที่ 17 มีนาคม 2548 สามีโจทก์ได้โทรศัพท์ไปที่บริษัทจำเลยเพื่อขอให้โจทก์ทำงานต่อไปอีก โดยพูดคุยด้วยเสียงอันดัง แล้วแจ้งว่าจะมาพบนายปรีดาด้วยตนเอง ซึ่งต่อมาสามีโจทก์ได้ไปบริษัทจำเลย แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นว่าสามีโจทก์พูดจาเอะอะโวยวายจึงแจ้งให้นายปรีดาทราบ

นายปรีดาเกรงว่าจะเกิดปัญหาจึงไม่ให้เข้าพบและรายงานเรื่องให้ผู้บริหารจำเลยทราบ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์เพราะเห็นว่าหากให้โจทก์ทำงานต่อไป โจทก์และครอบครัวของโจทก์จะต้องสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นแก่จำเลย ดังนี้ แม้ว่าการที่เครื่องประดับส่วนตัวของพนักงานจำเลยสูญหายซึ่งยังไม่ปรากฏชัดแจ้งว่ามีบุคคลใดลักไปหรือไม่ และการที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์กับพนักงานอื่นจะเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นการสั่งโดยใช้อำนาจในการบริหารงานบุคคลของจำเลย ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะโต้แย้งได้หากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ การที่สามีโจทก์โทรศัพท์ถึงนายปรีดาและจะขอเข้าพบเพื่อสอบถามและขอให้โจทก์กลับเข้าทำงานแม้จะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องและอาจสร้างความวุ่นวายแก่จำเลยบ้าง แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นเหตุอันสมควรที่ถึงขนาดจะเลิกจ้างได้

การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเป็นการเลิกจ้างโดยปราศจากเหตุอันสมควรและเพียงพอ จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานัส เหลืองประเสริฐ · พิชิต คำแฝง · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 714141)

หลักเกณฑ์การพิจารณาว่าการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 721948)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 705285)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717471)

การเลิกจ้างด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการของนายจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้