Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิพากษาให้จำคุกจำเลยซึ่งมีอายุ17 ปีเศษ แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมแทนคดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำอยู่แล้ว เพื่อให้จำเลยได้รับสิทธิเช่นเดียวกับผู้ต้องโทษทั่วไป ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยแทนการฝึกอบรม ดังนี้ เป็นการที่จำเลยกล่าวอ้างว่าพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ควรที่จะได้มีการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษ หรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 63 จึงควรที่ศาลจะได้ฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนที่จะพิจารณาสั่งว่าสมควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือไม่

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้สืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องหาว่า ร่วมกับจำเลยที่ 2 กับพวกอีกคนหนึ่งที่หลบหนีใช้มือรัดคอ ชกต่อย และใช้เหล็กหลาวแทงทำร้ายนายสงบ ศรีชวนะ แล้วร่วมกันปล้นทรัพย์รวมราคา 5,250 บาท ของผู้เสียหายไป ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11ข้อ 14 จำเลยที่ 1 อายุ 17 ปีเศษ ลงโทษโดยลดมาตราส่วนโทษ 1 ใน 3ตามมาตรา 76 แล้ว เป็นโทษจำคุก 12 ปี คำรับชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 มีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตาม มาตรา 78คงจำคุก 8 ปี พิจารณาประวัติและความประพฤติของจำเลยแล้วให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นให้ส่งตัวจำเลยที่ 1 ไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเพื่อฝึกและอบรมมีกำหนดขั้นต่ำ 4 ปี

ชั้นสูงจนกว่าจำเลยที่ 1 จะมีอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 31, 32 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506 มาตรา 9, 10ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2515 คดีถึงที่สุดแล้วต่อมาเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2516 ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง รายงานต่อศาลขอให้เพิ่มเวลาฝึกอบรม เพราะจำเลยที่ 1 ไม่พยายามรับการฝึกอบรม แต่ได้ร่วมกันหนีจากสถานกักและอบรม ตามนัยมาตรา 27 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ 2)

พ.ศ. 2506 มาตรา 11ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 28พฤษภาคม 2516 ให้เพิ่มกำหนดเวลาที่ต้องฝึกอบรมขึ้นเป็นกำหนดขั้นต่ำ 4 ปี 6 เดือน ขั้นสูงคงเดิม ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 27 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506มาตรา 11ต่อมาวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2516 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางว่า จำเลยถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำอยู่แล้ว และเพื่อจำเลยจะได้รับสิทธิเช่นเดียวกับผู้ต้องโทษทั่วไปขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยแทนการฝึกอบรม ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จำเลยจะมายื่นคำร้องขอให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง

ขอให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาจากการฝึกอบรมเป็นโทษจำคุกศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าการที่ศาลเปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นส่งตัวไปฝึกอบรมเป็นวิธีการที่มากว่าโทษจำคุกอยู่แล้ว คดีไม่มีพฤติการณ์ใดเปลี่ยนแปลงอันจะเป็นเหตุสมควรเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาให้ตามที่จำเลยที่ 1ขอ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำสั่งศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางจำเลยที่ 1 ฎีกาต่อมาเช่นเดียวกับในชั้นอุทธรณ์ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วที่จำเลยที่ 1 ร้องขอให้ศาลลงโทษจำคุกแทนการฝึกอบรมตามคำพิพากษาภายหลังคดีถึงที่สุดแล้วนั้น เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับการลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 63จะกระทำได้ต่อเมื่อความปรากฏแก่ศาลโดยศาลทราบเอง หรือจากรายงานของผู้อำนวยการสถานพินิจ หรือคณะกรรมการพินิจคุ้มครองเด็กหรือผู้ปกครองโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรมว่า พฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปการที่จำเลยที่ 1 ร้องต่อศาลว่าจำเลยถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำแทนการฝึกอบรม เป็นการกล่าวอ้างว่าพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้นนั้นแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงและเหตุผลจะเป็นดังที่จำเลยอ้างในคำร้องหรือไม่ ยังไม่ได้ความตามทางพิจารณาหรือมีรายงานของผู้อำนวยการสถานพินิจในเรื่องนี้เลยจึงควรที่ศาลจะได้ฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนพิจารณาสั่งว่าสมควรจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยไปทีเดียวศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำร้องของจำเลยที่ 1 ก่อนแล้วทำคำสั่งใหม่ตามควรแก่กรณี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สงวน สิทธิไชย · สัญชัย สัจจวานิช · สุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้