Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8207/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่1ทำสัญญาขอรับทุนและลาไปศึกษาต่อต่างประเทศต่อมาผิดสัญญาโจทก์ได้นำเงินบำเหน็จของจำเลยที่1ชดใช้หนี้บางส่วนแล้วแจ้งให้จำเลยที่2ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ส่วนที่ค้างจำเลยที่2ชำระเพียงครึ่งเดียวอีกครึ่งหนึ่งทำสัญญาผ่อนชำระหนี้มีใจความว่าจำเลยที่2ยินยอมชำระเงินค่าผิดสัญญาลาศึกษาของจำเลยที่1โดยขอผ่อนชำระเป็นรายเดือนอัตราเดือนละ5,000บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ15ต่อปีหนังสือดังกล่าวเป็นการยอมรับผิดใช้ทุนการศึกษาซึ่งเป็นหนี้ที่จำเลยที่2ค้ำประกันไว้เดิมไม่มีข้อความระงับข้อพิพาทที่มีอยู่เดิมเพื่อก่อให้ได้สิทธิขึ้นใหม่แต่อย่างใดจึงไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย ที่ 1 ได้ ทำ สัญญา ลา ไป ศึกษา ต่อต่างประเทศ กับ จำเลย ที่ 1 มี จำเลย ที่ 2 เป็น ผู้ค้ำประกัน จำเลย ที่ 1ผิดสัญญา โจทก์ ได้ นำ เงินบำเหน็จ ของ จำเลย ที่ 1 จำนวน 46,850 บาทหัก ชำระหนี้ ทุน การศึกษา และ ดอกเบี้ย คงเหลือ ทุน การศึกษา ค้างชำระจำนวน 135,921.24 บาท จำเลย ที่ 2 ชำระ ส่วน ที่ เหลือ แต่ ชำระไม่ครบ คง ค้าง อีก 37,076.03 บาท ขอให้ บังคับ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกันชำระ เงิน 50,968.40 บาท พร้อม ดอกเบี้ย ใน อัตรา ร้อยละ 15 ต่อ ปีใน ต้นเงิน 37,076.03 บาท นับ ถัด จาก วันฟ้อง จนกว่า จะ ชำระ เสร็จแก่ โจทก์จำเลย ทั้ง สอง ให้การ ว่า โจทก์ ให้ จำเลย ที่ 2 ทำ สัญญาผ่อนชำระ หนี้ การ

ทำ หนังสือ ผ่อนชำระ หนี้ ดังกล่าว เป็น การ ประนีประนอมยอมความ ยุติ ข้อพิพาท ระหว่าง โจทก์ กับ จำเลย ทั้ง สอง โจทก์ ไม่มี สิทธิเรียก ค่าเสียหาย ใด ๆ อีก ขอให้ ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ว่า ให้ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกัน ชำระ เงิน50,968.40 บาท แก่ โจทก์ พร้อม ด้วย ดอกเบี้ย ใน อัตรา ร้อยละ 15 ต่อ ปีใน ต้นเงิน 37,076.03 บาท นับ ถัด จาก วันฟ้อง เป็นต้น ไป จนกว่าจะ ชำระ เสร็จ แก่ โจทก์จำเลย ที่ 1 ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ข้อ ที่ จำเลย ที่ 1 ฎีกา ว่า สัญญาผ่อนชำระ หนี้ ตาม เอกสาร หมาย ล. 6 เป็น สัญญา ประนีประนอม ยอมความถือว่า โจทก์ สละ สิทธิ ที่ จะ เรียกร้อง เงิน ดอกเบี้ย

ตั้งแต่ วัน ผิดนัดจะ ให้ จำเลย ทั้ง สอง ชำระ ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น ไม่ได้ อีก นั้น เห็นว่า สัญญาประนีประนอม ยอมความ ต้อง มี หลักฐาน เป็น หนังสือ อัน มี ลักษณะ เป็น การระงับ ข้อพิพาท ซึ่ง มี อยู่ เดิม และ ทำให้ แต่ละ ฝ่าย ได้ สิทธิ ตาม สัญญาขึ้น ใหม่ แต่ ข้อความ ใน สัญญา ผ่อนชำระ หนี้ ตาม เอกสาร หมาย ล. 6มี ใจความ ว่า จำเลย ที่ 2 ยินยอม ชำระ เงิน ค่า ผิดสัญญา ลา ศึกษาของ จำเลย ที่ 1 โดย ขอ ผ่อนชำระ เป็น รายเดือน อัตรา เดือน ละ5,000 บาท พร้อม ดอกเบี้ย ร้อยละ 15 ต่อ ปี หนังสือ สัญญา ฉบับนี้เป็น การ ยอมรับ ผิด ใช้ ทุน การศึกษา ซึ่ง เป็น หนี้ ที่ จำเลย ที่ 2ค้ำประกัน ไว้ เดิม โดย ใช้ วิธี ชำระ ครั้งแรก

ครึ่ง หนึ่ง และ ขอ ผ่อนชำระอีก ครึ่ง หนึ่ง ไม่มี ข้อความ ระงับ ข้อพิพาท ที่ มี อยู่ เดิม เพื่อก่อ ให้ ได้ สิทธิ ขึ้น ใหม่ แต่อย่างใด นอกจาก นี้ ตาม สัญญา ฉบับนี้ข้อ 7 ยัง ตกลง ไว้ ว่า หาก กระทรวงการคลัง พิจารณา แล้ว ไม่ อนุมัติให้ ถือ เสมือน ว่า ไม่เคย สัญญา ไว้ ต่อ กัน ซึ่ง ก็ หมายถึง ว่า สัญญานี้ เป็น อัน ยกเลิก แสดง ว่า ข้อตกลง ต่าง ๆ ตาม สัญญา ยัง ไม่ ยุติเพราะ มี ข้อ แม้ ต้อง ขออนุมัติ จาก กระทรวงการคลัง หาก ไม่ได้รับ อนุมัติ อาจ ยกเลิก สัญญา ฉบับนี้ ได้ ฉะนั้น สัญญา ผ่อนชำระ ตามเอกสาร หมาย ล. 6 จึง ไม่ใช่ สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ที่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สอง ชำระ ต้นเงิน และ ดอกเบี้ย ที่ ค้าง นั้นศาลฎีกา เห็นพ้อง ด้วย ฎีกา ของ จำเลย ที่ 1 ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิ คราวุฒิ · มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2568

ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" ดังนั้น ลักษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2567

ตามรายงานการประชุมการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 ปรากฏข้อความในช่องรายการอื่น ๆ ว่า โจทก์ตกลงถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเสนอให้ขายที่ดินพิพาทในราคาไม่ต่ำกว่า 30,000,000 บาท ภายใน 1 ปี หากไม่มีผู้ซื้อ จำเลยที่ 2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้