Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8176/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 3 และมาตรา 10 บัญญัติให้ระวางโทษผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเป็นสามเท่าของโทษกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทางด้านการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเท่านั้น หาได้หมายความรวมถึงความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2541 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 399 เม็ด หนัก 36.210 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 10.243 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดที่ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของกลาง จำเลยที่ 1 รับราชการ สังกัดโรงเรียนการกำลังสำรอง กรมการกำลังสำรองทหารบกค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายและต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้ พ.ศ.2534 มาตรา 10 ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 5, 6, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบของกลาง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (ที่แก้ไขใหม่) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 มีอาชีพรับราชการทหาร จึงเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ระวางโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 30 ปี ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้เถียงกันรับฟังเป็นที่ยุติว่าตามวันเวลาเกิดเหตุดังกล่าวในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองพร้อมทั้งยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 399 เม็ด น้ำหนัก 36.210 กรัม คำนวณเป็นปริมาณสารบริสุทธิ์ได้ 10.243 กรัม เป็นของกลาง

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกพิมล คงทอง และจ่าสิบตำรวจถาวร ใจแจ่ม เป็นพยานเบิกความสอดคล้องกันได้ความว่าในวันเกิดเหตุพยานทั้งสองกับพวกตั้งด่านตรวจอยู่บริเวณถนนสายเถิน-ลี้ จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า มีจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 นั่งคู่กันมา แล่นจากอำเภอลี้มุ่งหน้าไปอำเภอเถิน เมื่อรถยนต์กระบะคันดังกล่าวแล่นมาถึงด่านตรวจ ร้อยตำรวจเอกพิมลส่งสัญญาณให้รถหยุดเพื่อตรวจค้น ผลการตรวจค้นที่บริเวณกระบะหลังรถพบเมทแอมเฟตามีนของกลางซุกซ่อนอยู่ในถุงปุ๋ยซึ่งภายในมีข้าวสารบรรจุอยู่ปริมาณครึ่งถุงและที่ปากถุงมีเชือกมัดไว้ ซึ่งจำเลยทั้งสองก็นำสืบรับว่า

เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในถุงปุ๋ยบรรจุข้าวสารบนรถยนต์กระบะที่จำเลยที่ 1 ขับ โดยมีจำเลยที่ 2 นั่งคู่มาด้วยจริง ที่จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าถุงปุ๋ยที่ซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของนางบัวจันทร์ สนธิกุล ฝากมาให้แก่นางศรีไพรหรือต่ายซึ่งเป็นหลานที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยจำเลยทั้งสองไม่ทราบว่ามีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนมาด้วยนั้น ได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกพิมลว่า ขณะตรวจค้นตัวจำเลยทั้งสองมีอาการเลิกลั่กและเมื่อพยานกับพวกค้นพบเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนอยู่ในถุงข้าวสาร จำเลยทั้งสองบอกว่าเป็นของผู้อื่นฝากมาในรถ และบอกว่าจำชื่อคนฝากไม่ได้ อันเป็นข้อพิรุธที่บ่งชี้จำเลยทั้งสองรู้อยู่แก่ใจแล้วว่ามีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนมาในถุงข้าวสาร

นอกจากนี้ร้อยตำรวจโทรักเกียรติ แย้มบางยาง พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนางบัวจันทร์ตามที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้าง นางบัวจันทร์ให้การว่า ได้ฝากถุงปุ๋ยใส่ข้าวสารกับจำเลยทั้งสองจริง แต่เมทแอมเฟตามีนที่ซุกซ่อนในถุงปุ๋ยใส่ข้าวสารนั้นไม่ใช่ของนางบังจันทร์ ส่วนที่นางศรีไพรหรือต่าย ณ เชียงใหม่ พยานจำเลยทั้งสองเบิกความว่า นางบัวจันทร์ฝากถุงปุ๋ยใส่ข้าวสารมาให้แก่พยานเพื่อนำไปมอบให้แก่สามีพยาน โดยพยานทราบว่าภายในถุงปุ๋ยจะมีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนมาด้วยนั้น ขัดแย้งกับคำให้การในชั้นสอบสวนของนางบัวจันทร์ประกอบกับขณะที่นางศรีไพรหรือต่ายเบิกความเป็นพยานจำเลยทั้งสองนั้นต้องขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงเป็นการง่ายที่จะเสี้ยมสอนให้เบิกความช่วยเหลือจำเลยทั้งสอง

พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวแล้วได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ระวางโทษจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดและลงโทษจำคุก 30 ปีนั้นไม่ถูกต้อง เพราะตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2534 มาตรา 3 และมาตรา 10 บัญญัติให้ระวางโทษผู้กระทำความผิดเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทางด้านการผลิต

นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเท่านั้น หาได้หมายความรวมถึงความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยไม่ แม้ปัญหานี้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกาแต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย จึงประเสริฐ · พีรพล จันทร์สว่าง · บุญรอด ตันประเสริฐ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6887/2568

จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2568

กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8589/2561

โจทก์บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งว่า จำเลยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กับมีคำขอท้ายคำฟ้อง ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100 และขอให้ระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7243/2560

โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 1.1 และข้อ 1.2 แยกต่างหากจากกัน โดยฟ้องโจทก์ข้อ 1.1 เป็นการบรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้