Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยยื่นฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันโดยกำหนดให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 5 วัน ไม่มีผู้รับให้ปิด ทนายจำเลยรับทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว ไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฎีกาตามมาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247ศาลฎีกามีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้แก่โจทก์ เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยที่ 1 และที่ 3 ยื่นคำร้องว่า โจทก์สมคบกับผู้สนใจเข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์โดยไม่สุจริต เจ้าพนักงานบังคับคดียอมให้โจทก์เสนอราคาเพียงผู้เดียวซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมาก

ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโจทก์คัดค้านว่า ได้มีการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวมาแล้ว 12 ครั้ง เป็นเวลา 2 ปี 5 เดือนเศษ จำเลยที่ 1 และที่ 3ยื่นคำร้องเพื่อประวิงการบังคับคดี ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 และสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 นำส่งสำเนาฎีกาแก่โจทก์ภายใน 5 วัน จำเลยที่ 1และที่ 3 ไม่นำส่งสำเนาฎีกาภายในกำหนด ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 3 มายื่นคำแถลงขอให้ศาลส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1และที่ 3 ยื่นคำฟ้องฎีกาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2536 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า "รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3สำเนาให้โจทก์ ผู้ซื้อทรัพย์ และเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จำเลยที่ 1ที่ 3 นำส่งภายใน 5 วัน ไม่มีผู้รับให้ปิด" ครั้นวันที่ 18พฤศจิกายน 2536 จำเลยที่ 1 และที่ 3 มายื่นคำแถลงขอให้ศาลส่งสำเนาคำฟ้องฎีกา ต่อมาวันที่ 22 พฤศจิกายน 2536 ศาลชั้นต้นสั่งในคำแถลงดังกล่าวว่า "จำเลยที่ 1 ที่ 3 มิได้นำส่งภายในกำหนดตามคำสั่ง รวมสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง" เห็นว่าแม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ลงชื่อรับทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ในคำฟ้องฎีกาอีก แต่ท้ายคำฟ้องฎีกามีข้อความไว้ชัดว่า"ข้าพเจ้าได้ยื่นสำเนาฎีกา โดยข้อความถูกต้องเป็นอย่างเดียวกันมาด้วย 2 ฉบับ และรอฟังคำสั่งอยู่

ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" โดยทนายความจำเลยที่ 1 และที่ 3 ลงชื่อในช่องผู้ฎีกา เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นในวันเดียวกับที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ซึ่งกำหนดให้นำส่งสำเนาภายใน 5 วันแล้วเมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 มายื่นคำแถลงขอนำส่งสำเนาในวันที่18 พฤศจิกายน 2536 ซึ่งพ้นกำหนด 5 วัน นับแต่ทราบคำสั่งนั้นจึงนับว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่มานำส่งสำเนาและแถลงให้ศาลทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา..."

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2561

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า รับเป็นฎีกาของจำเลยที่ 1 สำเนาให้ผู้สวมสิทธิแทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แก้ฎีกา ให้ผู้ร้องนำส่งภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา ในวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8387/2561

ในชั้นร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา โจทก์ได้ส่งสำเนาคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลและสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยและจำเลยได้รับเอกสารดังกล่าวแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ได้รับยกเว้นค่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 630926)

คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2554

ทนายผู้ร้องทำใบมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นฎีกา นำหมายและรับทราบคำสั่ง ปรากฏว่า เสมียนทนายผู้ร้องได้นำฎีกาของผู้ร้องมายื่นต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 13 มิถุนายน 2551 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2551 (เลขอ้างอิง 419894)

คดีที่ศาลสั่งให้พิจารณาคดีรวมกัน แม้ผู้คัดค้านยื่นฎีกาทั้งสองสำนวนเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้มาในฎีกาฉบับเดียวกัน ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเป็นรายคดีตามตาราง 1 (…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้