Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยอ้างว่าชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์แล้วบางส่วน และโจทก์ออกใบรับให้แต่ต่อมาปลวกขึ้นบ้านจำเลยกับใบรับนั้นเสีย ดังนี้จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) จำเลยกู้เงินให้โจทก์ไปจริงเพียง 2,000 บาท ซึ่งจำเลยชำระแล้ว 1,000 บาท ส่วนอีก 2,420 บาทเป็นดอกเบี้ยล่วงหน้าที่โจทก์เรียกเกินอัตรา และคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยมิได้มีการตกลงเป็นหนังสือต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654, 655 ดังนั้นดอกเบี้ยดังกล่าว จึงเป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ ตกเป็นโมฆะ ส่วนหนี้เงินต้นที่ยังคงค้างชำระอยู่อีก 1,000 บาท นั้นยังคงสมบูรณ์อยู่ สัญญากู้ไม่เป็นโมฆะทั้งฉบับ ในส่วนที่สมบูรณ์โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับได้ และมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินไป ๔,๔๒๐ บาท ดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดชำระวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๔ แต่จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้จำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันผิดนัด

จำเลยให้การว่ากู้เงินโจทก์จริงเพียง ๒,๐๐๐ บาท โจทก์นำดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อเดือน กำหนดเวลา ๑ ปีมารวมด้วยเป็น ๓,๒๐๐ บาท ถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระจึงทำสัญญากันใหม่ และเอาดอกเบี้ย ๑,๒๒๐ บาท ตามสัญญาที่ต่อใหม่รวมเข้าไปด้วยเป็นยอดเงิน ๔,๔๒๐ บาท จำเลยชำระเงินให้แล้ว ๑,๐๐๐ บาท เมื่อ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๕

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับเงินต้น ๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันกู้ถึงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ ระยะหนึ่ง กับให้จำเลยชำระเงินต้นที่เหลือ ๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่ ๙ ธันวาคม ๒๕๑๕ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินต้น ๔,๔๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำสัญญาจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยนำสืบว่าเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ จำเลยกู้เงินมาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูตรัง จำกัด เป็นเงิน ๘,๔๐๐ บาท โดยจำเลยรับราชการครูและเป็นสมาชิกสหกรณ์นั้นปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๑ จำเลยนำเงินที่กู้มาได้ไปชำระหนี้รายอื่น และชำระหนี้ให้โจทก์ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ โจทก์ออกใบรับเงินให้ ต่อมาปลวกขึ้นบ้านจำเลยกัดใบรับเงินนี้เสีย จึงไม่มีส่งอ้าง จำเลยนำพยานบุคคลคือ นายวิน วงษ์ผู้ดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและนายยิ้ม หนูสอน มาสืบว่าได้รู้เห็นจำเลยชำระเงิน ๑,๐๐๐ บาทให้โจทก์ และโจทก์ออกใบรับให้จำเลยซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะสืบเช่นนี้ได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๓(๒)

โจทก์มิได้สืบหักล้างในข้อนี้อย่างใด จึงฟังได้ว่าจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์แล้ว ๑,๐๐๐ บาท สรุปแล้วคดีฟังได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปจริงเพียง ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยชำระแล้ว ๑,๐๐๐ บาท ส่วนอีก ๒,๔๒๐ บาท เป็นดอกเบี้ยล่วงหน้าที่โจทก์เรียกเกินอัตราและคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยมิได้มีการตกลงเป็นหนังสือ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๔, ๖๕๕ ฉะนั้น หนี้ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆะ ส่วนหนี้เงินต้นที่ยังค้างชำระอยู่อีก ๑,๐๐๐ บาทนั้น ยังคงสมบูรณ์อยู่ สัญญากู้หมาย จ.๑ ไม่ตกเป็นโมฆะทั้งฉบับในส่วนที่สมบูรณ์โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินต้น ๑,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยสำหรับเงิน ๑,๐๐๐ บาท ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · บัญญัติ สุชีวะ · เดช วุฒิสิงห์ชัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตรัง - นายอำนวย หมวดเมือง
ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้