Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8151/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์นำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการแห่งเมืองฮัมบูร์ก ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งได้ชี้ขาดให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ ตามฟ้อง แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงยื่นฟ้องคดีต่อศาล เมื่อปรากฏว่า ในการติดต่อซื้อขายสินค้ารายพิพาทจำเลยและบริษัท ว. จำกัดได้ ลงชื่อในเอกสารว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อ รวมทั้งระบุข้อความให้เสนอข้อพิพาท ตามสัญญาให้อนุญาโตตุลาการแห่งเมืองฮัมบูร์ก วินิจฉัยไว้ด้วยเมื่อ จำเลยได้ร่วมลงชื่อในเอกสารดังกล่าวเพื่อส่งมอบให้แก่โจทก์ จำเลย จึงต้องผูกพันในเนื้อความของเอกสารดังกล่าวต่อโจทก์ อีกทั้งเมื่อโจทก์แจ้งจำเลยว่าโจทก์ได้นำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการแล้วจำเลย ได้ติดต่อกับโจทก์เรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตลอดและได้ส่ง คำแถลงเกี่ยวกับคดีไปยังอนุญาโตตุลาการเพื่อปฏิเสธความรับผิด การที่ ทางอนุญาโตตุลาการแจ้งให้จำเลยไปสู้คดี จำเลยมิได้ไปสู้คดีเพราะเห็นว่า ค่าใช้จ่ายสูงมาก พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยตกลงให้นำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อยจึงใช้บังคับได้ การที่คู่กรณีได้นำข้อพิพาทเสนอให้ อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยโดยถูกต้องตามขั้นตอนและระเบียบของสมาคมสินค้า แห่งเมืองฮัมบูร์กและข้อความแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและ การใช้บังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ฉบับนครนิวยอร์คฯ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าว จึงฟ้องร้องบังคับกันได้ในศาลไทย ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแล้ว จึงเป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งได้วินิจฉัยให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ อันเป็นเวลาก่อนที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 ใช้บังคับ บทกฎหมายว่าด้วย การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จึงต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222 อุทธรณ์ของจำเลยจึงต้องห้ามอุทธรณ์ การที่จำเลยนำปัญหาข้อห้าม อุทธรณ์มาฎีกาจึงเป็นการฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ ในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,663,892.90 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงิน 1,272,673.87 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,663,892.90 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงิน 45,128.02 ดอลลาร์สหรัฐ(1,159,790.11 บาท) และของต้นเงิน 8,245.71 มาร์กเยอรมัน (112,883.76 บาท)นับจากวันฟ้อง (วันที่ 30 มกราคม 2532) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับจำเลยฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้ตกลงซื้อสินค้าปลาทูน่าบรรจุกระป๋องจากจำเลย โดยผ่านนายหน้าในประเทศ คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรานส์โอเชี่ยนซัพพลายเออร์ส (ไทย) และนายหน้าต่างประเทศ คือ บริษัทเวอร์เนอร์ เฟาสท์ จำกัด การซื้อขายสินค้าพิพาทมีเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งมีจำเลยและบริษัทเวอร์เนอร์ เฟาสท์ จำกัด ลงนามในเอกสารดังกล่าว การซื้อขายมีปัญหาโต้แย้งกันโดยโจทก์อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาเพราะจำเลยได้ระบุชื่อแหล่งผลิตสินค้า คือ ประเทศไทย (THAILAND) ที่กล่องบรรจุสินค้า ซึ่งเป็นข้อห้ามในสัญญา และน้ำหนักปลาไม่ตรงตามสัญญา โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยโจทก์นำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการแห่งเมืองฮัมบูร์ก

ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พิจารณาชี้ขาด อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ตามจำนวนเงินในฟ้อง แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องคดีต่อศาล คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการ เมืองฮัมบูร์ก ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีชี้ขาดข้อพิพาทหรือไม่ โจทก์อ้างเอกสารหมาย จ.5 เป็นพยาน ว่าเป็นสัญญาซื้อขายสินค้าพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลย โดยมีข้อตกลงมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย สัญญาซื้อขายสินค้าเอกสารหมาย จ.5 มีข้อความ (ที่ศาลกาดอกจันทร์)ไว้ว่า identical to Tran-Ocean's contract No. 016/1984 and 020/1984และมีคำแปลว่า "เหมือนกับสัญญาเลขที่ 016/1984 และ 020/1984" โดยโจทก์รับว่าสัญญาดังกล่าวคือ เอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 ซึ่งเป็นหนังสือยืนยันการขาย(confirmation of sales) ไปยังบริษัทเวอร์เนอร์ เฟาสท์ จำกัด ลงนามโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดทรานส์โอเชี่ยนซัพพลายเออร์ส (ไทย) ในฐานะนายหน้าและจำเลยในฐานะผู้ขาย

จำเลยฎีกาอ้างว่า เอกสารหมาย จ.5 จะต้องมีข้อความตรงกับเอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 เมื่อเอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 ไม่ปรากฏข้อความในการระบุมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย โจทก์จึงไม่มีอำนาจมอบคดีให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา อีกทั้งจำเลยลงชื่อในเอกสารหมาย จ.5 เป็นเพราะจำเลยยอมรับค่านายหน้าร้อยละ 1 ที่จะให้แก่บริษัทเวอร์เนอร์ เฟาสท์ จำกัด เท่านั้น เห็นว่าในการติดต่อซื้อขายสินค้ารายพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์มีเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งอ้างว่าเป็นสัญญาซื้อขาย ตามเอกสารฉบับดังกล่าวจำเลยและบริษัทเวอร์เนอร์ เฟาสท์ จำกัด ได้ลงชื่อไว้ และระบุในเอกสารว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อ รวมทั้งระบุข้อความให้เสนอข้อพิพาทตามสัญญาให้อนุญาโตตุลาการของสมาคมสินค้าแห่งเมืองฮัมบูร์ก

วินิจฉัยไว้ด้วย เมื่อจำเลยได้ร่วมลงชื่อในเอกสารหมาย จ.5 เพื่อส่งมอบให้แก่โจทก์ จำเลยจึงต้องผูกพันในเนื้อความของเอกสารดังกล่าวต่อโจทก์ด้วย จำเลยจะอ้างว่า การลงชื่อในเอกสารหมาย จ.5 เป็นเรื่องการตกลงระหว่างจำเลยกับบริษัทเวอร์เนอร์ เฟาสท์ จำกัด ตกลงกันเรื่องอัตราค่านายหน้าเท่านั้นก็ดี หรือดังที่นางวนิดา พิบูลธนพัฒนา กรรมการจำเลยเบิกความอ้างว่าพยานได้ลงลายมือชื่อและประทับตราจำเลยลงในเอกสารหมาย จ.5 แต่พยานไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษและไม่เข้าใจเรื่องการอนุญาโตตุลาการเลยก็ดี เพื่อเป็นข้ออ้างปฏิเสธไม่ผูกพันตามข้อความที่ปรากฏในเอกสารหมาย จ.5 หาได้ไม่ นอกจากนี้ข้อเท็จจริงยังได้ความตามคำเบิกความของนางวนิดาตอบคำถามค้านทนายโจทก์ว่าเมื่อโจทก์แจ้งจำเลยว่า

โจทก์ได้นำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการของสมาคมสินค้าแห่งเมืองฮัมบูร์กแล้ว จำเลยก็ได้ตอบไปเพียงว่าจำเลยไม่ได้ผิดสัญญา ซึ่งเจือรับกับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและคำแปลเอกสารหมาย จ.6 และ จ.7 ว่า จำเลยได้ติดต่อกับโจทก์เรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นมาตลอด และได้ส่งคำแถลงเกี่ยวกับคดีฉบับลงวันที่ 23 สิงหาคม 2528 ไปยังอนุญาโตตุลาการเพื่อปฏิเสธความรับผิด นอกจากนี้จำเลยได้มีจดหมายถึงอนุญาโตตุลาการอีก เช่น จดหมายฉบับที่ 28 พฤษภาคม 2528 เพียงแต่จำเลยมิได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นอนุญาโตตุลาการในคดีเท่านั้น ซึ่งข้อนี้ได้ความตามคำเบิกความตอบคำถามค้านทนายโจทก์ของนางวนิดาว่า ทางอนุญาโตตุลาการแจ้งมายังจำเลยให้ไปสู้คดี แต่จำเลยเห็นว่าหากไปต่อสู้คดีค่าใช้จ่ายจะสูงมาก จึงมิได้ไปสู้คดีดังกล่าว

จากพฤติการณ์ที่จำเลยลงชื่อในเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งมีข้อความระบุให้มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการของสมาคมสินค้าแห่งเมืองฮัมบูร์ก ต่อมาเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้วจำเลยรับทราบถึงการที่โจทก์ได้นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการมาโดยตลอด จำเลยมิได้โต้แย้งเลยว่า ได้มีการลงชื่อในเอกสารหมาย จ.5 โดยไม่มีเจตนาจะผูกพันในเรื่องอนุญาโตตุลาการ แต่กลับมีหนังสือโต้ตอบติดต่ออนุญาโตตุลาการหลายครั้ง ส่วนการที่จำเลยมิได้ต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ก็หาได้มาจากเหตุผลว่าจำเลยไม่มีเจตนาผูกพันตามข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการตามที่ปรากฏในเอกสารหมาย จ.5 แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยได้ลงชื่อในเอกสารหมาย จ.5 โดยมีข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวว่า

ถ้ามีข้อพิพาทอันเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายตามเอกสารฉบับดังกล่าว ให้นำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการของสมาคมสินค้าแห่งเมืองฮัมบูร์กจริงดังฟ้อง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยตกลงให้นำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการดังที่ได้วินิจฉัยไว้แล้วข้อตกลงดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยแต่อย่างใดจึงใช้บังคับกันได้การที่คู่กรณีได้นำข้อพิพาทเสนอให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยโดยถูกต้องตามขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมสินค้าแห่งเมืองฮัมบูร์ก และข้อความแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ฉบับนครนิวยอร์ก

ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2501 คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวจึงฟ้องร้องบังคับกันได้ในศาลไทย ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแล้ว หากคู่ความจะอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงต้องพิจารณาจากบทกฎหมายว่าด้วยการอุทธรณ์คำพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้อง ขอให้จำเลยปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งได้วินิจฉัยชี้ขาดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2528 อันเป็นเวลาก่อนที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 ใช้บังคับ บทกฎหมายว่าด้วยการอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงเป็นไปตามความในมาตรา 222 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าบริษัทเวอร์เนอร์ เฟาสท์ จำกัด เป็นตัวแทนของโจทก์หรือไม่ก็ดี โจทก์ให้สัตยาบันสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.5 หรือไม่ก็ดี จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือไม่ก็ดี หรืออนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดครบประเด็นหรือไม่ก็ดี ต่างเป็นข้ออุทธรณ์ที่ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา 222 ดังกล่าวอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงต้องห้ามอุทธรณ์ การที่จำเลยนำปัญหาข้อห้ามอุทธรณ์มาฎีกาจึงเป็นการฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · สมคิด ไตรโสรัส · พินิจ เพชรรุ่ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้