Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2484

พ.ศ. 2484 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าอาวาสรับเงินผลประโยชน์ของวัดไปเพื่อใช้ซ่อมแซมกุฏิแล้วยักยอกเงินนั้นคงมีผิดฐานยักยอกตามมาตรา 114 ไม่ใช่มาตรา 319 กรมการอำเภอที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงธรรมการให้เป็นผู้ดูแลรักษาเงินผลประโยชน์ของวัดนั้น เมื่อมีผู้ยักยอกเงินนั้น กรมการย่อมเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจร้องทุกข์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับมอบเงินผลประโยชน์ของวัดไปจากกรมการอำเภอเพื่อซ่อมแซมกุฏิ แล้วยักยอกไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว กับต่อมาได้ทำใบสำคัญปลอมชื่อผู้รับเงินยื่นต่อกรมการอำเภอ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยได้รับมอบเงินไปโดยหน้าที่แล้วยักยอกเงิน มีผิดตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓ และแสดงรายการเท็จปลอมชื่อผู้รับเงินยื่นต่อกรมการอำเภอโดยรู้ว่าเป็นหนังสือสำคัญปลอมผิดตาม มาตรา ๒๒๔ อีกกะทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษจำคุกตามมาตรา ๓๑๙ ซึ่งเป็นกะทงหนักมีกำหนด ๒ ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า จำเลยเป็นพระสงฆ์ ไม่มีหน้าที่รับจ่ายเงิน ตามข้อบังคับเรื่องเงินกัลปนา ร.ศ.๑๒ ฉะนั้นจำเลยควรมีผิดเพียงฐานยักยอกธรรมดาตามมาตรา ๓๑๔ แต่ความผิดตามมาตรานี้ เป็นความผิดส่วนตัว จะต้องมีการร้องทุกข์โดยชอบ กรมการอำเภอไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายในคดีนี้ การร้องทุกข์จึงไม่ชอบ ไม่ควรรับพิจารณาและลงโทษฐานยักยอก ส่วนความผิดฐานปลอมหนังสือ ศาลลงโทษได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การจ่ายเงินกัลปนาซึ่งเป็นเงินผลประโยชน์ของวัดนั้น ตามข้อบังคับเรื่องเงินกัลปนาข้อ ๓ (๔) เจ้าอาวาสเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น ส่วน พ.ร.บ.ปกครองคณะสงฆ์มาตรา ๑๓(๑) นั้นหมายถึงว่ามีหน้าที่ทะนุบำรุงวัดภายในขอบเขตต์ตามข้อบังคับของกรมกัลปนา เมื่อจำเลยไม่มีหน้าที่ดังกล่าวนั้น ก็ไม่มีผิดตามมาตรา ๓๑๔ สำหรับปัญหาเรื่องร้องทุกข์เห็นว่านายอำเภอได้รับมอบหมายจากกระทรวงธรรมการให้เป็นผู้ดูแลรักษาเงินผลประโยชน์ของวัด เมื่อมีผู้ยักยอกเงินนั้นเช่นนี้ ย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายมีอำนาจร้องทุกข์ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๑๔ นอกนั้นยืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทิพปัญญา · นิติศาสตร์ · พลางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้