Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ที่แถลงด้วยวาจาอันไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 275 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบตามมาตรา 27 วรรคแรก จำเลยต้องยกขึ้นกล่าวไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่ได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตามมาตรา 27 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจำเลยที่ 1 จะซื้อบ้านและที่ดินพิพาทจากโจทก์ในราคา 900,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ชำระให้โจทก์แล้ว 176,750 บาท ส่วนที่เหลือชำระให้เสร็จสิ้นในวันทำนิติกรรมโอนบ้านและที่ดินพิพาท หากจำเลยที่ 1 ประสงค์จะนำบ้านและที่ดินพิพาทไปเป็นประกันการกู้ยืมเงินต่อสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาชำระแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 เตรียมเอกสารต่างๆ และมอบให้โจทก์ภายใน 20 วัน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อให้โจทก์เป็นผู้ประสานงานกับสถาบันการเงิน เมื่อสถาบันการเงินอนุมัติการกู้ยืมเงินแล้วให้ทั้งสองฝ่ายไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการอนุมัติจากสถาบันการเงิน หากไม่มีสถาบันการเงินใดให้กู้ยืมเงิน จำเลยทั้งสองจะชำระเงินส่วนที่เหลือแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า พ้นกำหนดเวลาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยมาเพื่อสอบถาม เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 ซึ่งเป็นวันนัดพร้อม โจทก์แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ออกหมายบังคับคดี จำเลยทั้งสองแถลงรับว่ามิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความและไม่คัดค้านที่โจทก์ขอออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีตามที่โจทก์ขอ วันที่ 26 เมษายน 2548 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า การขอออกหมายบังคับคดีโจทก์จะต้องทำเป็นคำขอฝ่ายเดียวและคำขอต้องระบุโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 275 แต่ศาลออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ที่แถลงด้วยวาจา การออกหมายบังคับคดีจึงไม่ชอบ ขอให้ยกเลิกหมายบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับวันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 ที่ให้หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตลอดจนการบังคับคดีต่อจากนั้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอ้างว่าศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ที่แถลงด้วยวาจาเป็นการออกหมายบังคับคดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 275 นั้น เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคแรก ซึ่งจำเลยทั้งสองต้องยกขึ้นกล่าวไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่ได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตามมาตรา 27 วรรคสอง ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ทราบแล้วว่าศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 แต่มายื่นคำร้องคัดค้านในวันที่ 26 เมษายน 2548 เป็นการมิได้ร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

จำเลยจึงยกปัญหาดังกล่าวขึ้นโต้แย้งในภายหลังไม่ได้ แม้ไม่เป็นประเด็นในชั้นฎีกา แต่ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในปัญหานี้จึงเป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองและยกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสองและโจทก์ตามลำดับ ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ยอดปัญญา · วีระพล ตั้งสุวรรณ · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้