Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ห้างหุ้นส่วนผ. ซื้อรถยนต์ของกลางมาจากผู้ร้องโดยตกลงชำระราคารวม31งวดระหว่างที่ชำระราคายังไม่ครบได้รู้เห็นเป็นใจให้จำเลยนำรถคันดังกล่าวไปใช้โดยผิดกฎหมายจนถูกศาลสั่งริบผู้ร้องจึงมาขอคืนรถของกลางโดยห้างหุ้นส่วนผ. เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดทั้งได้ตกลงกันด้วยว่าเมื่อได้รถคืนมาแล้วจะให้ห้างหุ้นส่วนผ. ซื้อรถต่อไปเห็นได้ว่าเป็นการขอคืนรถยนต์ของกลางเพื่อประโยชน์ของห้างหุ้นส่วนผ.ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์ของกลาง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอคืนรถยนต์ของกลางซึ่งศาลพิพากษาให้ริบผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า...ผู้ร้องได้นำหนังสือสัญญาขายมีเงื่อนไข...ขายรถยนต์ของกลาง...ให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่ง... โดยตกลงผ่าอนชำระค่ารถเป็นงวด ๆและขณะเกิดเหตุห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่งยังชำระราคาค่ารถไม่ครบ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางยังเป็นของผู้ร้องจริง... ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอคืนรถยนต์ของกลางหรือไม่พิเคราะห์แล้ว ได้ความตามคำเบิกความของนายธีรพจน์นรัจฉริยางกูร

หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่ง และนายติกเฮง แซ่โค้ว บิดาของนายธีรพจน์ที่ผู้ร้องอ้างมาสืบว่านายธีรพจน์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่งแต่ในนามเท่านั้น การจัดหารห้างหุ้นส่วนนายติกเฮงเป็นผู้จัดการเองทั้งสิ้น คดีนี้นายธีรพจน์และนายติกเฮงเบิกความว่านายตกเฮงใช้ให้จำเลยนำรถยนต์ของกลางไปรับจ้างบรรทุกของที่จังหวัดขอนแก่น 3 เที่ยว จึงถูกจับ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่งจึงต้องทราบว่าจำเลยนำรถไปใช้ในการกระทำความผิดและรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ข้อเท็จจริงได้ความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่งตกลงชำระราคารถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องรวม 31 งวด

นายธีรพจน์เบิกความว่าทางห้างผิดนัดชำระราคารถยนต์ให้แก่ผู้ร้องตั้งแต่งวดที่ 22 เป็นเงินงวดละ17,600 บาท แต่ผู้ร้องก็ไม่ได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาและเรียกให้ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่งมอบรถคืน กลับได้ความตามคำนายตระการ ตันศิริมาศ กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทผู้ร้องว่า ผู้ร้องไม่ประสงค์จะยึดรถคืน ผู้ร้องอยากจะให้ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผ่าขนส่งผู้ซื้อซื้อรถต่อไป ตามคำนายติกเฮงก็ได้ความว่านายติกเฮงเป็นผู้มอบให้ผู้ร้องมาร้องขอรถยนต์ของกลางคืน และในการยื่นคำร้องนี้ผู้ร้องได้ให้ทางห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่งออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดและได้ตกลงกันไว้แล้วว่าเมื่อได้รถคืนมาแล้วผู้ร้องจะให้ทางห้างซื้อรถต่อไปอีกเห็นได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงที่จะได้รับชำระเงินค่ารถยนต์ตามสัญญาเท่านั้น

เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าชำระเงินค่ารถยนต์ที่ค้าง รถยนต์ของกลางก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของห้าง การขอคืนรถยนต์ของกลางผู้ร้องจึงเป็นการขอคืนเพื่อประโยชน์ของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเผ่าขนส่งซึ่งเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจด้วยการกระทำผิดของจำเลย เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้องได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้