Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือถึงบริษัทโจทก์ให้นำส่งภาษีเงินได้ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายของบริษัท ฟ. ซึ่งอยู่ต่างประเทศเมื่อโจทก์ถือว่าเป็นคำสั่งถึงบริษัทที่มีชื่อไม่ตรงกับชื่อโจทก์เจ้าพนักงานประเมินก็ชอบที่จะออกคำสั่งใหม่ระบุชื่อโจทก์เสียให้ถูกต้องและยกเลิกคำสั่งฉบับเดิมได้ ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติห้าม บริษัท ฟ. ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรการผลิตยางไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โจทก์ได้ออกหุ้นชำระเต็มมูลค่าให้แก่บริษัท ฟ. เพื่อตอบแทนที่บริษัทนั้นยอมให้แบบและความรู้ทางวิศวกรรมในการผลิตยางตามที่โจทก์กับบริษัท ฟ.ทำสัญญากันไว้ ดังนี้บริษัท ฟ. ได้รับหุ้นจากโจทก์เป็นค่าแห่งสิทธิ คือสิทธิบัตรในการผลิตยาง จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(ก) แม้หุ้นจะมิใช่ตัวเงินก็เป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่งคิดคำนวณได้เป็นเงินจึงเป็นเงินได้ตามความหมายของมาตรา 39 โจทก์จึงมีหน้าที่เป็นผู้หักภาษีเงินได้นำส่งอำเภอท้องที่ตามมาตรา 70 หนังสือเจ้าพนักงานประเมินที่มีถึงโจทก์ แจ้งให้โจทก์จัดการนำเงินภาษีซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายของบริษัท ฟ. พร้อมเงินเพิ่มไปชำระ ไม่ใช่เป็นการประเมินภาษี แต่เป็นการแจ้งให้โจทก์นำภาษีไปชำระ ซึ่งเท่ากับเป็นคำเตือนนั่นเองเมื่อโจทก์เห็นว่าคำเตือนนั้นคำนวณภาษีไม่ถูกต้อง ก็ควรที่จะโต้แย้งตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 20 ป.รัษฎากร มาตรา 21 ป.รัษฎากร มาตรา 23 ป.รัษฎากร มาตรา 24 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.รัษฎากร มาตรา 39 ป.รัษฎากร มาตรา 40 ป.รัษฎากร มาตรา 44 ป.รัษฎากร มาตรา 70 ป.พ.พ. มาตรา 99 ป.พ.พ. มาตรา 1103 ป.พ.พ. มาตรา 1117

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยจัดการให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์รับคำอุทธรณ์ของโจทก์ และพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดให้เป็นไปโดยชอบด้วยเหตุผลและเป็นไปตามประมวลรัษฎากร หากไม่จำเป็นต้องให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต้องพิจารณาก็ขอศาลเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินที่ กค.0804/390 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2507 ที่ กค.0804/334 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม2508 และคำสั่งของจำเลยที่ 2 ที่ กค.0804/5885 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2515ห้ามมิให้จำเลยเรียกเก็บภาษีอากรตามฟ้องจากโจทก์จำเลยทั้งสองให้การร่วมกันต่อสู้คดีศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงที่ไม่ได้โต้เถียงกันได้ความว่า โจทก์กับบริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกาตกลงกันตามสำเนาหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2505 โจทก์ออกหุ้นชำระเต็มมูลค่าให้แก่บริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกาจำนวน 15% ของหุ้นทั้งหมดของโจทก์

คิดเป็นจำนวนหุ้น 6,750 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท เป็นเงิน 6,750,000 บาทเจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือที่ กค.0804/390 ลงวันที่ 12 ตุลาคม2507 ถึงบริษัทไฟร์สโตน (ประเทศไทย) จำกัด ให้นำส่งภาษีเงินได้ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ของบริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกา โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ว่าเป็นคำสั่งถึงบริษัทที่ชื่อไม่ตรงกับชื่อโจทก์ และโต้แย้งว่าไม่มีภาษีเงินได้ที่โจทก์จะต้องชำระเจ้าพนักงานประเมินมีคำสั่งใหม่ที่ กค.0804/334 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม2508 ถึงโจทก์ แจ้งยกเลิกคำสั่งเดิมและสั่งให้โจทก์นำเงินภาษีเงินได้ไปชำระโดยระบุชื่อโจทก์ถูกต้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อีกว่าไม่มีภาษีที่โจทก์จะต้องชำระต่อมาจำเลยที่ 2 ในฐานะอธิบดีกรมสรรพากรมีคำสั่งที่ กค.0804/5885ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2515 แจ้งให้โจทก์ทราบว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีมติไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์และสั่งยืนยันให้โจทก์นำภาษีเงินได้ไปชำระ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ถือว่าคำสั่งเดิมของเจ้าพนักงานประเมินเป็นคำสั่งถึงบริษัทที่มีชื่อไม่ตรงกับชื่อโจทก์ ก็ชอบที่เจ้าพนักงานประเมินจะออกคำสั่งฉบับใหม่ระบุชื่อโจทก์เสียให้ถูกต้อง โดยยกเลิกคำสั่งฉบับเดิมที่ระบุชื่อไม่ตรงกับชื่อโจทก์นั้นเสีย ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติห้ามมิให้เจ้าพนักงานประเมินกระทำเช่นนั้นปัญหาที่ว่า หุ้นที่โจทก์ออกให้แก่บริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกาเป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่ ได้ความว่า การที่โจทก์ออกหุ้นดังกล่าวนั้น เป็นไปตามข้อสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกาคือเพื่อตอบแทนที่บริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกาได้ให้ข้อสนเทศและบริการแก่โจทก์

โจทก์ต้องจัดสรรหุ้นให้แก่บริษัทนั้นเป็นหุ้นที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว ภาษีที่จะต้องเสียโจทก์รับเป็นผู้เสียเองโดยตรง ข้อสนเทศและบริการได้แก่การยอมให้แบบและความรู้ทางวิศวกรรมโดยละเอียด กับบริการให้สามารถทำการปลูกสร้างติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ และดำเนินกิจการโรงงานในประเทศไทย เพื่อผลิตยางนอก ยางในยางรอง ยางหล่อดอก และวัสดุที่ใช้ในการซ่อม การผลิตยางนี้บริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกาได้จดทะเบียนสิทธิบัตรการผลิตยางไว้ที่สหรัฐอเมริกา ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า บริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกาได้รับหุ้นจากโจทก์เป็นค่าแห่งสิทธิ คือสิทธิบัตรในการผลิตยางซึ่งบริษัทไฟร์สโตนไทร์แอนด์รับเบอร์กำปนีแห่งสหรัฐอเมริกา อันเป็นสิทธิที่โจทก์ยอมรับนับถือโดยยอมจ่ายค่าตอบแทนสิทธิเช่นว่านี้เป็นหุ้น จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40(3) แม้จะเป็นหุ้นไม่ใช่ตัวเงินหุ้นนั้นก็เป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งคิดคำนวณได้เป็นเงินจึงเป็นเงินได้ตามความหมายของประมวลรัษฎากร มาตรา 39 เมื่อเป็นเงินได้พึงประเมิน โจทก์จึงมีหน้าที่เป็นผู้หักภาษีเงินได้พึงประเมินนำส่งอำเภอท้องที่ตามบทบังคับของมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร การจ่ายเงินได้พึงประเมินไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเงินจริง

ๆ เพราะคำนวณค่าหุ้นออกมาได้แน่นอนแล้วว่าเป็นเงินจำนวนเท่าใด ย่อมคิดหักเป็นภาษีออกมาได้ มิฉะนั้นแล้วอาจมีการหลีกเลี่ยงภาษี คือแทนที่จะจ่ายเป็นตัวเงิน ก็จ่ายเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นแทนเสียเนื้อความของหนังสือ กค.0804/334 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2508 หาใช่เป็นการประเมินภาษีไม่หากเป็นการแจ้งให้โจทก์จัดการนำเงินค่าภาษีไปชำระอย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้มีมติไม่รับคำอุทธรณ์แล้ว คำสั่งของเจ้าพนักงานเท่ากับเป็นคำเตือนนั่นเอง คำสั่งเช่นว่านี้มิได้ขัดต่อกฎหมาย เมื่อโจทก์เห็นว่าคำเตือนนั้นคำนวณภาษีไม่ถูกต้องอย่างไร โจทก์ก็ชอบที่จะโต้แย้งตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ สรุปแล้ว การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีมติไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาก็ดี และการที่จำเลยที่ 2 มีคำสั่งแจ้งให้โจทก์ทราบก็ดี ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาทุกข้อฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร · สนิท บริรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2531

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2524 และชำระภาษีเงินได้บางส่วนแล้วก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินโจทก์ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 แห่งเงินภาษีอากรที่เพิ่มขึ้น ตามประม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10135/2539

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการประเมินภาษีอากรไม่ชอบด้วยมาตรา49แห่งประมวลรัษฎากรเพราะมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีนั้นแม้จะมิใช่ปัญหาที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษีอากรกลางแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 18288)

บทบัญญัติของมาตรา 21 และ 25 แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน กฎหมายมิได้กำหนดเป็นเด็ดขาดว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกจะต้องห้ามอุทธรณ์ในทุกกรณี แต่จะต้องห้ามอุทธรณ์ก็ต่อเมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 99821)

++ คดีแดงที่ 3802-3803/2534 ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ++ บทบัญญัติของมาตรา 21 และ 25 แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติห้ามมิให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6320/2560

การพิจารณาว่าเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด นอกจากพิจารณาถึงลักษณะของงานที่ทำแล้วยังต้องพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดเงินได้จากการประกอบวิชาชีพดังกล่าวประกอบด้วย เนื่องจาก ป.รัษฎากร ให้หักค่าใช้จ่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้