เนื้อความคำพิพากษา
โจทฟ้องว่า จำเลยทำลเมิด โดยเข้าขัดขวางงานวัดสนธิ์ ห้ามมิไห้มโนราเล่นโดยไม่มีอำนาดโดยชอบด้วยกดหมาย เปนเหตุไห้มธนราต้องเลิก งานต้องล้มเหลว โจทขาดรายได้ไนการเรี่ยไรเก็บเงินจากผู้มาดูงานไช้จ่ายไนการกุสล จึงเรียกค่าเสียหาย ๘๕๐ บาท สาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยขัดขวางโดยไม่มีอำนาดจิงแต่ไม่ปรากตว่าจำเลยขัดขวางไนการบริจาค เปนค่าเสียหายไม่แน่นอน ไม่มีหลักเกนท์และไกลต่อเหตุจึงพิพากสายกฟ้อง โจทอุธรณ์ สาลอุธรน์ฟังว่าคืนแรกได้เงินเรี่ยไร ๑๕๐ บาทซึ่งคำนวนได้ว่าคืนต่อมาควนได้ ๒๐๐ บาท หย่างน้อย จึงพิพากสาไห้จำเลยไช้ค่าเสียหาย ๒๐๐ บาท จำเลยดีกาเรื่องค่าเสียหาย สาลดีกาวินิฉัยว่าคดีนี้แม้เจ้าอาวาสผู้มอบคดีมรนภาพแล้ว ผู้รับมอบอำนาดก็คงดำเนินคดีต่อไปได้
ไนเรื่องค่าเสียหาย สาลดีกาดีกาเห็ฯว่าการจัดไห้มีมหรสพเปนงานของวัดก็เพื่อประสงค์รายได้จากมีคนมาทำบุญบริจาคตามธัมดา เมื่อจำเลยบังอาดไช้อำนาดอันมิชอบงานต้องล้มเหลวลง ย่อมเปนการลเมิดทำไห้เขาเสียหายต่อทางทำมาหาได้ ไนเรื่องเช่นนี้ ทำไห้วัดซึ่งเปนนิติบุคคลเสียเสรีภาพไนการดำเนินงานของวัดตามขอบเขตแห่งกดหมาย ผู้เสียหายจะเรียกเอาค่าเสียหายหย่างอื่นอันมิไช่ตัวเงินอีกก็ได้ แลการที่รบกวนจำกัดตัดเสรีภาพของผู้อื่นจนทำไห้เขาขาดประโยชน์ที่ควนได้เช่นนี้ ประโยชน์ที่ขาดนั้นเปนค่าเสียหายโดยตรงหยู่แล้ว จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์.(ประมูล สุวรรณศร-คง อิสรภักดี-ย.เลขวนิชธัมวิทักส์.)นายแสวง มกรสาร - นายโต + -