Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8083/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายร่วมกันฆ่าผู้ตาย แต่โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสามไตร่ตรองไว้ก่อน และไม่ปรากฎว่าจำเลยทั้งสามตั้งใจมาแต่ต้นว่าจะมาฆ่าผู้ตาย การที่จำเลยทั้งสามสมคบกันมาหาเรื่องวิวาทกับผู้ตาย เพราะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ที่จำเลยที่ 1 เตรียมอาวุธปืนมาด้วยเพื่อใช้ในการวิวาท ก็เพราะฝ่ายจำเลยทราบดีว่าผู้ตายซึ่งเป็นยามรักษาความปลอดภัยมีอาวุธปืนประจำตัว และเมื่อจำเลยทั้งสามมาพบผู้ตายฝ่ายจำเลยก็หาได้ยิงหรือทำร้ายผู้ตายในทันทีทันใดไม่ แต่ได้หาเรื่องก่อการวิวาทขึ้นก่อน พฤติการณ์เช่นนี้ยังไม่พอฟังว่า การที่จำเลยทั้งสามร่วมกันฆ่าผู้ตายเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้จำเลยทั้งสามมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นฎีกาโดยตรง ศาลฎีกาก็วินิจฉัยได้เองเพราะเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 อาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่จำเลยใช้ยิงผู้ตายเป็นของผู้ตายเองดังนั้น กระสุนปืนหัวกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่พึงริบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด 12 ชนิดประกอบขึ้นเองไม่มีหมายเลขทะเบียนประจำอาวุธปืนของเจ้าพนักงานประทับ 1 กระบอก และมีกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 3 นัด ซึ่งเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ยิงได้ ไว้ในครอบครองของจำเลยทั้งสามโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยทั้งสามร่วมกันพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์จำเลยทั้งสามโดยมีอาวุธปืนติดตัวร่วมกันลักอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. หมายเลขทะเบียน กท.3308870 จำนวน 1 กระบอก ราคา 22,000 บาท ของนายวิเชียร มีจั่นเพชร ผู้ตายไปโดยทุจริตโดยในการลักทรัพย์ ดังกล่าวจำเลยทั้งสามใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดเพื่อให้พ้นการจับกุม แล้วจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นและอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม.

ดังกล่าวยิงนายวิเชียรโดยเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นเหตุให้นายวิเชียรถึงแก่ความตาย หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้หัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. 2 หัว กระสุนปืนขนาด 9 มม. 1 นัด ปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 1 ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก รถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิรุ่นแม็ก 100 ไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 คัน ซึ่งเป็นเครื่องกระสุนปืนและยานพาหนะที่จำเลยทั้งสามใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม 2536 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 3 ได้วันที่ 17 ตุลาคม 2536 จำเลยที่ 1และที่ 2 เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. หมายเลขทะเบียน กท.3308870 ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 335, 336 ทวิ, 371, 83, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลางทั้งหมดจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายต่อม มีจั่นเพชร บิดาผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและลักทรัพย์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), 83, 371พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เฉพาะจำเลยที่ 2 ยังมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ อีกกระทงหนึ่ง การกระทำผิดของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำคุกคนละ 2 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 1 ปี และเฉพาะจำเลยที่ 2 ให้ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะจำคุก 2 ปี อีกกระทงหนึ่ง คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1) ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน

ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 8 เดือน และเฉพาะจำเลยที่ 2ในความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ จำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วให้จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิตเพียงสถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) ริบของกลางยกเว้นรถจักรยานยนต์ไม่ริบ คำขอและข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และความผิดเฉพาะจำเลยที่ 2 ฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกความผิดแต่ละฐานไม่เกิน 5 ปีจึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคหนึ่ง คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาเฉพาะความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายวิเชียร มีจั่นเพชร ผู้ตายถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหลายนัดจนถึงแก่ความตายมีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายร่วมกันฆ่าผู้ตาย พยานจำเลยทั้งสามไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ แต่ข้อหาที่ว่าจำเลยทั้งสามกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้นโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสามไตร่ตรองไว้ก่อนอย่างใด ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามตั้งใจมาแต่ต้นว่าจะมาฆ่าผู้ตาย พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามเป็นเพียงการที่จำเลยทั้งสามสมคบกันมาหาเรื่องวิวาทกับผู้ตายเพราะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนโดยจำเลยที่ 1เตรียมอาวุธปืนมาด้วยเพื่อใช้ในการวิวาท อาจเป็นด้วยฝ่ายจำเลยทราบดีว่าผู้ตายซึ่งเป็นยามรักษาความปลอดภัยมีอาวุธปืนประจำตัว จำเลยที่ 1 จึงเตรียมอาวุธปืนมาด้วย และเมื่อจำเลยทั้งสามมาพบผู้ตาย ฝ่ายจำเลยก็หาได้ยิงหรือทำร้ายผู้ตายในทันทีทันใดไม่ แต่ได้หาเรื่องก่อการวิวาทขึ้นก่อน พฤติการณ์เช่นนี้ยังไม่พอฟังว่าการที่จำเลยทั้งสามร่วมกันฆ่าผู้ตายเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้จำเลยทั้งสามมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นฎีกาโดยตรงศาลฎีกาก็วินิจฉัยได้เองเพราะเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ปัญหาวินิจฉัยต่อไปคือเรื่องการริบทรัพย์สิน เห็นว่า อาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่จำเลยที่ 2 ใช้ยิงผู้ตายเป็นของผู้ตาย ดังนั้น กระสุนปืน หัวกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่พึงริบพิพากษาแก้เป็นว่า ในข้อหาความผิดต่อชีวิต จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำเลยทั้งสามจำคุกตลอดชีวิตลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบ มาตรา 53แล้วเป็นโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน รวมความผิดกระทงอื่นแล้วจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3คนละ 35 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 36 ปี 8 เดือน ไม่ริบกระสุนปืน หัวกระสุนปืนปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้