Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยซึ่งเป็นคนต่างด้าวแสดงตัวเป็น ช. ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเช่นกันและผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองในนามของ ช.อันเป็นความเท็จนั้น มีผลเท่ากับจำเลยได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2493 มาตรา 21 ที่จะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุดในทางที่เข้ามาโดยมิชักช้า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม การอยู่ต่อมาในราชอาณาจักรไทยของจำเลยก็เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดต่อเนื่องตลอดมา เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าจำเลยได้อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่วันที่จำเลยเข้ามาในราชอาณาจักรตลอดมาจนถึงวันฟ้อง คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มาตรา 21 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มาตรา 58

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าว เชื้อชาติกวางตุ้ง สัญชาติจีน ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระกัน กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๑๑ ถึงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๑ จำเลยได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยมิได้ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองโดยถูกต้อง จำเลยทำหนังสือเดินทาง ซึ่งทางมาเลเซียออกให้แก่นายชัน เม็งจี มาใช้แสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๑ ว่าจำเลยชื่อนายชัน เม็งจี อันเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยชื่อนายไคเชิน แซ่เจี๊ยะ จำเลยได้เอารูปถ่ายของจำเลยปิดแทนรูปถ่ายนายชัน เม็งจี ในหนังสือเดินทาง เป็นเหตุให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองหลงเชื่อว่าจำเลยคือนายชัน

เม็งจี ที่แท้จริง จึงอนุญาตให้จำเลยเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและจำเลยได้อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่วันที่จำเลยเข้ามาจนถึงวันฟ้อง ต่อมาวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๑ และวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๑๑ จำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรีทศพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา และร้อยตำรวจเอกสมพร ลีละยูวะ ตามลำดับ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานว่า จำเลยชื่อนายชัน เม็งจี เพื่อขอเป็นคนเข้าเมืองและขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเข้าเมือง พ.ศ. ๒๔๙๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยแสดงตัวเป็นนายชัน เม็งจี และผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองในนามของนายชัน เม็งจี อันเป็นเท็จนั้น มีผลเท่ากับจำเลยได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๒๑ ที่จะต้องไปรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุดในทางที่เข้ามาโดยมิชักช้า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม การอยู่ต่อมาในราชอาณาจักรไทยของจำเลยก็เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดต่อเนื่องตลอดมา โจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่วันที่จำเลยเข้ามาในราชอาณาจักรจนถึงวันฟ้อง

คดีโจทก์จึงไม่ขาอายุความ ส่วนความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ฎีกาว่าโจทก์เพิ่งรู้ว่าจำเลยแจ้งเท็จเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๑๘ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ ให้เริ่มนับอายุความตั้งแต่วันกระทำความผิด หาใช่วันที่รู้ว่ามีการกระทำความผิดไม่ คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเฉพาะความผิดดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ รัตรสาร · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ภิญโญ ธีรนิติ
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวิชัย บุญธินันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้